วันที่ 3 สิงหาคม เมื่อเวลา 11.00 น. รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ขึ้นมอบโล่รางวัลและช่อดอกไม้แก่ นพ.นรเทพ อัศวพัชระ อายุรแพทย์จากโรงพยาบาลระนอง ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลแพทย์ตัวอย่างภาคใต้ ประจำปี 2559 ในงานประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 32 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2559 ณ ห้องทองจันทร์ หงศ์ลดารมภ์ อาคารเรียนรวมและหอสมุด คณะแพทยศาสตร์ เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่แพทย์ที่ทำหน้าที่ได้ด้วยความทุ่มเท เสียสละและมองถึงประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลักตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
นพ.นรเทพ กล่าวว่า จ.ระนอง มีสภาพทางภูมิศาสตร์ติดกับประเทศเพื่อนบ้านคือ เมียนมา ดังนั้นผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลระนองจึงมีทั้งคนไทยและประชากรจากเพื่อนบ้าน โดยเป็นคนไทยประมาณ 180,000 คน ประชากรต่างด้าวประมาณ 100,000 คนต่อปี มีผู้ป่วยนอกประมาณ 1,000 คนต่อวัน และรองรับผู้ป่วยในได้ประมาณ 300 เตียง การทำงานในช่วงแรกค่อนข้างหนัก เนื่องจากเป็นช่วงที่โรงพยาบาลมีอายุรแพทย์คนเดียวตรวจผู้ป่วยนอก เดือนละ 700-900 คน โดยผู้ป่วยร้อยละ 60-70 เป็นโรคทางอายุรกรรมและเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไต บางครั้งก็มีโรคติดต่อทางชายแดนบ้าง เช่น วัณโรค โรคเอชไอวี มาลาเรีย ตอนนั้นเหนื่อยมากแต่ก็ใจสู้ครับ ที่สำคัญผมคิดว่าคงทิ้งหน้าที่อายุรแพทย์ของโรงพยาบาลระนองไปไม่ได้ เพราะว่าเราตั้งใจเรียนมาด้านนี้ เลือกที่จะทำงานด้านนี้แล้ว ก็จะทำให้ดีที่สุด คิดว่าเป็นการฝึกฝนวิชาชีพให้ชำนาญ
“อาชีพแพทย์ถึงแม้จะมีความหนักและเหนื่อยตามบทบาทหน้าที่ของแพทย์ แต่ให้เราคิดในแง่ว่าอาชีพเราเป็นอาชีพที่ได้ทำบุญทุกวัน เราได้ช่วยผู้ป่วยบางคนหายจากโรค บางคนเป็นโรคเรื้อรังแต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และบางคนไม่เสียชีวิตหรือพิการ นอกจากช่วยเหลือคนไข้ยังเป็นการช่วยเหลือครอบครัวเขาอีกด้วย โดยเฉพาะถ้าคนไข้เป็นเสาหลักของครอบครัว ถึงจะเหนื่อยก็มีความสุข เราต้องคิดว่าผู้ป่วยที่มาหาเราทุกคนเปรียบเสมือนญาติเรา ผมคิดว่านอกจากเราจะทำงานตามหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยแล้ว การสร้างระบบสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยเป็นเครือข่ายจังหวัดระนองก็มีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน” นพ.นรเทพ กล่าว

นพ.นรเทพกล่าวอีกว่า ในการทำงานตนมีคนต้นแบบ 2 คนครับ คนแรก คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นบุคคลต้นแบบให้เราได้ทุกเรื่องครับ ทั้งความขยัน ความเพียร การขวนขวายหาความรู้ ความอดทน ความไม่ฟุ้งเฟ้อ คนที่ 2 คือ บิดาของผม นายเรวัตร อัศวพัชระ ท่านทำมาค้าขายและเป็นแพทย์ประจำตำบลมา 10 กว่าปี เราก็ได้เห็นการสร้างเนื้อสร้างตัวของบิดาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ร้านเล็ก ๆ จนเป็นตึกแถว และการทำงานอาชีพแพทย์ประจำตำบลในสมัยนั้น การไม่ดื่มเหล้าและการไม่สูบบุหรี่ สิ่งเหล่านี้ได้ช่วยหล่อหลอมเราให้เป็นแบบอย่างที่ดี
ทั้งนี้ นพ.นรเทพกล่าวว่า การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ผมรู้สึกดีใจและมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งโดยส่วนตัวและในส่วนของครอบครัว ผมขอขอบคุณบุคคลหลาย ๆ ฝ่าย บุคคลแรกที่ต้องขอบคุณ คือ คุณพ่อ นายเรวัตร อัศวพัชระ และคุณแม่ นางนวรัตน์ อัศวพัชระ ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูผมมา ขอบคุณครูบาอาจารย์ทุกคน ที่อบรมสั่งสอนผม โรงพยาบาลที่ผมไปฝึกงานหลายแห่ง อาจารย์กลุ่มงานอายุรกรรมโรงพยาบาลราชวิถี ท่านนายแพทย์สาธารณสุข จ.ระนอง ท่านผู้อำนวยการ รพ.ระนอง และเพื่อนร่วมงานทุกคน ทุกระดับ ทุกอาชีพ ทุกสถานที่ที่ปฏิบัติงานที่เสนอชื่อและคัดเลือกผมผ่านมติองค์กรแพทย์เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นแพทย์ตัวอย่าง ขอบคุณคนในครอบครัวทุกคน ขอบคุณผู้ป่วยทุกคนที่เป็นเสมือนอาจารย์ทางการแพทย์ และสุดท้ายต้องขอบคุณคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะกรรมการทุกท่านที่เลือกผมเข้ารับรางวัลนี้

