วันที่ 3 สิงหาคม เมื่อเวลา 09.00 น. นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะประธานคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงจังหวัดนครปฐม เปิดเวทีแสดงความคิดเห็นการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ และประเด็นคำถามเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่หอประชุมปิ่นเกลียว ศูนย์คอมพิวเตอร์และภาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็น เผยแพร่และอธิบายให้ผู้มีสิทธิออกเสียงได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นคำถามเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยพ.ต.ปิยชาติ รุจิระชุณห์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม รายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดเวทีเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น เผยแพร่และอธิบายให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและประเด็นคำถามเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตลอดจนกระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ
เวทีดีเบตครั้งนี้มีนายธานี อ่อนละเอียด สนช. นายพนม สิงห์สาย ครู ก. นายสมหมาย เทียนสมใจ ครู ก. เป็นวิทยากร และนายญาณพัทร ยอดแก้ว เป็นผู้ดำเนินรายการ มีประชาชน นักศึกษา กว่า 400 คน มาร่วมฟังการแสดงความคิดเห็นฯ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม คอยสังเกตการณ์อยู่ภายในห้องประชุม ขณะที่กำลังตำรวจสายตรวจ ปราบปราม และอ.ส. กองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดนครปฐม ดูแลความสงบเรียบร้อยด้านนอกอาคาร และกำลัง สห.มทบ.11 ดูแลความสงบเรียบร้อยชั้นล่างของอาคาร
ในขณะที่มีการดีเบตอยู่นั้น เวลา 10.00 น. เกิดหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ทำให้ระบบไฟฟ้าดับลงทำให้อาคารที่ประชุมมืดสนิทนานกว่า 30 นาที เจ้าหน้าที่ต้องนำเครื่องขยายเสียงแบบเคลื่อนที่ มาให้วิทยากรและผู้ดำเนินรายการใช้เสวนาท่ามกลางความมืด กระทั่งเวลา 11.06 น.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครปฐมได้แก้ไขเสร็จและสามารถดำเนินกิจกรรมต่อได้
นายชาติชาย กล่าวว่า จังหวัดนครปฐมมีประชากรที่มีสิทธิออกเสียงลงประชามติ ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ กว่า 780,000 คน ขณะที่กกต.ตั้งเป้าไว้ ต้องมีประชากรออกมาใช้สิทธิ ร้อยละ 80 นั้น ในฐานะประธานคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงจังหวัดนครปฐม ก็อยากเห็นตัวเลขผู้ออกมาใช้เสียงลงประชามติมากๆ เช่นกัน และบอกพี่น้องชาวนครปฐมเสมอว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญของคนไทยตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ดังนั้น ต้องใส่ใจให้ความสำคัญ มาใช้สิทธิออกเสียงร่างรัฐธรรมนูญ

ด้านนายธานี กล่าวว่า การทำประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 59 นี้น่าจะผ่านไปได้ แต่เกรงว่าอาจจะมีประชากรออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ น้อยกว่า ประชามติปี 2550 ด้วยเหตุผลที่ว่ากฏหมายไม่ได้ระบุว่าผู้ที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง และสวัสดิการฯ เหมือนการเลือกตั้งท้่วไป และการออกเสียงประชามติล่วงหน้า นอกเขตจังหวัด ของผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกและการประชาสัมพันธ์การออกเสียงลงประชามติล่วงหน้าไม่ชัดเจน และที่สำคัญไม่มีแรงจูงใจ
“ในพื้นที่กลุ่ม 3 ภาค7 มี จ.สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรีสมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ไม่มีปัญหาขัดแย้งของนักการเมือง และการเมืองในกลุ่ม 3 นี้เงียบสนิทไม่มีการเคลื่อนไหว คงจะสืบเนื่องจากกฎหมายประชามติ และคำสั่งคสช. ที่มีโทษหนักมาก ถึงตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้นักการเมืองกล้าเคลื่อนไหว และหรือนักการเมืองอ่านว่ารับๆ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปดีกว่า เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติ คสช. และรัฐบาลก็บอกอยู่แล้วว่าคงต้องหารัฐธรรมนูญเอง หรือเรียกว่า รัฐธรรมนูญ ฉบับคสช.” นายธานี กล่าว

