บิ๊กล็อต! ทหารสุรศักดิ์มนตรีบึงกาฬ รวบหนุ่มขนกัญชา 660 กิโล มูลค่ากว่า 16 ล้าน

บึงกาฬ ทหารสุรศักดิ์มนตรีจับหนุ่มนครนายก พร้อมกัญชา 660 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่ฐานปฏิบัติการกองร้อย ทหารพรานที่ 2204 อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ พ.อ.บุญสิน พาดกลาง รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (รอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี) นายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์ รอง ผวจ.บึงกาฬ พ.ต.อ.สมศักดิ์ คงไพบูลย์ รอง ผบก.บึงกาฬ พ.อ.มงคล หอทอง ผบ.ร.13 พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี ผบ.ฉก.ทพ.22 นายธนาวุฒิ ทองทวี นายอำเภอปากคาด พ.ต.อ.สมยศ รามกุล ผกก.สภ.ปากคาด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพิชัย บุษยะไพจิตร อายุ 36 ปี ชาว อ.บ้านนา จ.นครนายก พร้อมด้วยของกลางกัญชาแห้งอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์สีทอง จำนวน 660 แท่ง น้ำหนักประมาณ 660 กิโลกรัม รถกระบะต่อเติมหลังคาด้านหลัง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีน้ำตาล ทะเบียน 1ฒร 4540 กรุงเทพมหานคร  1 คัน เรือหางยาวจำนวน 2 ลำ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

พ.อ.บุญสินกล่าวว่า โดยการนำของ พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้ง ว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่บ้านศรีวิไล ม.5 ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ เพื่อนำเข้าสู่ตอนในของประเทศ จึงสั่งการให้ พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี ผบ.ฉก.ทพ.22 ร.อ.แก้ว งามเลิศ ผบ.ร้อย.ทพ.2204 พร้อมกำลังพล บูรณาการร่วมกับ พ.ต.ท.ทรงยศ หินนนท์ รอง ผกก.สืบสวน สภ.ปากคาด และตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคาด ทหารชุดเคลื่อนที่เร็ว กกล.สุรศักดิ์มนตรี หน่วยเรือ นรข.ฝ่ายปกครองอำเภอปากคาด ตม.บึงกาฬ และ ตชด.245 ร่วมกันวางแผนจับกุมกระทั่งกลางดึกระหว่างการซุ่มดูพบเห็นรถของกลางจอดอยู่บนตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขงท้ายหมู่บ้านพร้อมกับกลุ่มผู้ชาย 4-5 คน กำลังช่วยกันลำเลียงสิ่งของจากเรือหางยาวขึ้นไปใส่ท้ายรถยนต์ที่จอดอยู่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้น ปรากฏว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดได้พากันกระโดดลงแม่น้ำโขง และบางส่วนวิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง จึงวิ่งไล่ติดตามจนสามารถจับกุมตัวมาได้ 1 คน จึงนำตัวมาตรวจสอบสิ่งของดังกล่าวพบว่าเป็นกัญชาจำนวนมาก ส่วนกัญชาล็อตนี้คาดจะนำส่งในพื้นที่ชั้นใน สังเกตได้ด้วยการห่อหุ้มอย่างดี ติดโลโก้คล้ายกับเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีมูลค่ากิโลกรัมละ 25,000 หรือกว่า 16,500,000 บาท

พ.อ.พิทักษ์พลกล่าวว่า จากการสอบสวนนายพิชัย ผู้ต้องหารับว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทุนทางโทรศัพท์ ให้มาขนกัญชาที่อำเภอปากคาดกับเพื่อนอีก 1 คน ไปส่งที่จุดนัดหมาย ซึ่งจะกำหนดในภายหลัง โดยจะได้ค่าจ้างในภายหลังซึ่งยังไม่รู้เท่าไร ส่วนอีกคนที่หลบหนีไปตอนนี้ทราบชื่อที่อยู่แล้ว คาดคงจะหลบหนีข้ามไปฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งส่งรายละเอียดให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กแดง เปิดใจก่อนเกษียณ รับชินแล้วถูกด่า แม้เรื่องที่พูดเป็นวาทกรรม แต่มันเกิดขึ้นจริง
บทความถัดไป‘จตุพร’ชี้ยุบสภาคือทางออก ทยอยจับแกนนำยิ่งเติมม็อบ บอกสัจธรรมน้องๆชีวิตไม่เหมือนเดิมอยู่ศาล อยู่คุก