วันที่ 4 สิงหาคม เมื่อเวลา 10.00 น.นายคณิต รัตนวัฒน์กุล ผู้อำนวยการสำนักจัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำกิจกรรมประชารัฐ โดยมีหน่วยงานภาครัฐและชาวบ้านมาประชุมเพื่อหาทางออกแก้ไขปัญหาร่วมกัน ที่เขาป้อม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่ผ่านมาการทำสวนทุเรียน และสวนมะพร้าวของชาวบ้านได้มีการตัดโค่นต้นไม้ดั่งเดิมประกอบด้วย ต้นตะเคียนทอง ต้นจำปีป่า ต้นพะยูง ต้นประดู่ ต้นยางนา ซึ่งเป็นไม้ท้องถิ่นได้หายไปจากป่าธรรมชาติ
รายงานระบุว่า ในอดีตเกาะสมุยมีผืนป่าถึง 142,031 ไร่ แต่ที่ผ่านในปี 2557กรมป่าไม้ได้ใช้ดาวเทียมสำรวจพบข้อมูลป่าไม้ในเกาะสมุยเหลือเพียง 20,000 ไร่ หรือร้อยละ 13 ซึ่งถือว่าเข้าขั้นวิกฤต จึงได้เข้ามาทำความเข้าใจกับชาวบ้านถึงการปลูกป่าไม้ขึ้นทดแทนภายในที่ดินตัวเอง เพราะถ้าไม่มีการปลูกต้นไม้สายพันธุ์ดั่งเดิมขึ้นทดแทน ปัญหาภัยแล้งจะส่งผลกระทบกับการทำการเกษตรกรรม และการท่องเที่ยวของเกาะสมุยได้

จากปัญหาดังกล่าวกรมป่าไม้มีความเป็นห่วงปัญหาที่จะตามมาอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำที่จะนำมาใช้อุปโภคและบริโภคบนเกาะสมุย ซึ่งอาจมีสารเคมีปนเปื้อนในน้ำจากการใช้สารเคมีฉีดต้นทุเรียนเพื่อให้ได้ผลผลิตจำนวนมาก จนลืมคำนึงถึงความปลอดภัย จึงอยากให้ชาวบ้านที่ปลูกทุเรียนหันมาปฏิบัติตามหลักของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือแบบพอเพียง ด้วยการลดการใช้สารเคมีหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน พร้อมกับปลูกป่าสามอย่างได้ประโยชน์สี่ประการ แทรกอยู่ภายในสวนการเกษตร ซึ่งถ้าทุกคนปฏิบัติตามที่แนะนำด้วยการปลูกต้นไม้ดั่งเดิมเพิ่มขึ้น จะทำให้เกาะสมุยกลับมามีทรัพยากรธรรมชาติที่เพียงพอสำหรับคนเกาะสมุย

