เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม 2559 นายประยูร จักรพัชรกุล ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า การลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงหรือเหตุการณ์อะไรที่น่าเป็นห่วง ที่ผ่านมาเราได้เปิดเวทีแสดงความคิดเห็น รวมทั้งเดินรณรงค์ให้ประชาชนในจังหวัดพิจิตรไปใช้สิทธิในการลงประชามติให้มากๆ ในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ก็ตาม โดยเฉพาะเรื่องลิงที่วัดหาดมูลกระบือ หมู่ที่ 1 ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร ที่มาฉีกรายชื่อผู้มีสิทธิลงประชามตินั้น ขณะนี้เราได้เตรียมการส่งเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง 8 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ดูแลในพื้นที่อย่างเข้มงวด ห้ามลิงเข้าก่อกวน
นายประยูรกล่าวอีกว่า ปกตินิสัยลิงเมื่อมีคนมาอยู่เยอะๆ มันจะไม่กล้าเข้ามาใกล้คนและมาก่อกวน ซึ่งคิดว่าคงไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาอีก ส่วนเรื่องผู้มาใช้สิทธิในการลงประชามตินั้น ทาง กกต.พิจิตรไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งที่ผ่านมาทาง กกต.กลางได้กำหนดว่า ให้ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนมาใช้สิทธิให้ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมาเราทำเต็มที่แล้ว ทั้งในเรื่องการประชาสัมพันธ์ การจัดเวทีแสดงความคิดเห็น การเดินรณรงค์
นายประยูรเผยอีกว่า หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 4 โมง เราก็จะนำหีบมาเริ่มนับในเวลา 4 โมงครึ่ง ประมาณ 6 โมงคงจะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งคาดว่า 2 ทุ่มวันเดียวกันจะรู้ผลทั้งหมดว่ามีผู้มาใช้สิทธิเท่าไหร่ บัตรเสียเท่าไหร่ นายประยูรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดพิจิตรมีหน่วยออกเสียงทั้งสิ้น 1,003 หน่วย ในพื้นที่เกือบ 900 หมู่บ้าน 86 ตำบล 12 อำเภอ มีประชาชนผู้มีสิทธิลงประชามติในครั้งนี้ 430,000 คน คาดว่าจะมีประชาชนในจังหวัดพิจิตรไปใช้สิทธิไม่เกินร้อยละ 70 เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่รู้เรื่องการลงประชามติ และมีประชาชนบางพื้นที่ยังสงสัยเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าไปลงประชามติเพื่ออะไร ซึ่งเป็นคำถามที่ กกต.จังหวัดพิจิตรต้องให้คำตอบที่ชัดเจนกับประชาชนในหลายพื้นที่ เพราะที่ผ่านมา การประชาสัมพันธ์ของ กกต.พิจิตร เข้าไปไม่ทั่วถึงในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ใครได้ ใครเสีย ประชาชนได้อะไรจากกฎหมายร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้

