เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม น.ส.ทิพวรรณ ฝอยหิรัญ ข้าราชบำนาญ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ และ น.ส.พรทิพา กิตติกาลกุล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลชลบุรี เห็น น.ส.ฉอ้อน สุขเกษม อายุ 67 ปี ชาว ต.เกาะจันทร์ อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี กำลังก้าวขาข้ามสิ่งกีดขวางบนสะพานลอย คล้ายจะกระโดดสะพานลอย จึงเข้าไปปลอบโยน พร้อมทั้งสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการคิดสั้นจะกระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตาย
น.ส.ฉอ้อนเล่าว่า ตนเองเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว บริเวณข้างโรงเรียนอนุบาลเกาะจันทน์ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ขายวันละ 200-300 ชาม ชามละ 10 บาท ปรากฏว่าได้มีเด็กนักเรียนรับประทานก๋วยเตี๋ยว และมีอาการท้องเสียทั้งหมด 6 คน ทางโรงเรียนจึงประกาศทางโซเซียลว่า ร้านอาหารข้างโรงเรียนอาหารเป็นพิษ ทำให้ไม่มีนักเรียนเข้ามารับประทานก๋วยเตี๋ยว เพราะครูห้าม จึงเกิดอาการเครียด ลูกสาวจึงพามาส่งโรงพยาบาลชลบุรี ทำให้คิดสั้นอยากฆ่าตัวตาย
“ขายก๋วยเตี๋ยว 200-300 ชาม มีเด็กท้องเสีย 6 คน เมื่อทำก๋วยเตี๋ยวมาขายใหม่ โรงเรียนก็ประกาศไม่ให้ซื้อ ต้องเททิ้งทั้งหมด ทำให้ไม่มีเงินผ่อนบ้าน แล้วจะอยู่กันอย่างไร” น.ส.ฉอ้อนกล่าว
ด้าน น.ส.สุพรรษา สุขเกษม ลูกสาว กล่าวว่า โรงเรียนอนุบาลเกาะจันทน์ปกติจะเปิดประตูทั้งหมด 3 แห่ง ต่อมามีไวรัสโควิด-19 ระบาด จึงได้ปิดประตูใหญ่ ซึ่งอยู่บริเวณที่แม่ของตนขายก๋วยเตี๋ยว จึงได้หยุดมานานหลายเดือน และเพิ่งเปิดขายได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ปรากฏว่าขายก๋วยเตี๋ยวไปประมาณ 300 ชามต่อวัน และมีเด็กรับประทานไปแล้วเกิดอาการท้องเสีย 6 คน และให้ทางสาธารณสุขมาตรวจสอบ แต่ไม่ยอมยืนยันว่าร้านแม่ของตนนั้นปลอดภัยหรือไม่ ทำให้เกิดตราบาป นักเรียนไม่ซื้อรับประทาน ประกอบกับมีการประกาศทางโซเซียลว่าร้านอาหารข้างโรงเรียนอาหารเป็นพิษ ทำให้แม่ของตนขายก๋วยเตี๋ยวไม่ได้ ทำให้เกิดความเครียด
น.ส.สุพรรษากล่าวว่า จึงได้พามาโรงพยาบาลชลบุรีเพื่อรักษา แต่แพทย์ได้นัดตรวจช่วงบ่าย จึงได้ไปหาอาหารให้แม่รับประทาน แต่แม่ได้มาที่สะพานลอยและจะกระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตาย โชคดีที่พยาบาลมาพบเห็นและช่วยชีวิตได้ทัน ต้องขอขอบคุณพยาบาลทั้ง 2 คน

