สถานพินิจป่วน เยาวชนชายรวมกลุ่มทำลายทรัพย์สิน จนท.คุมไม่อยู่ เเจ้งตร.ระงับเหตุ

สถานพินิจป่วน เยาวชนชายรวมกลุ่มทำลายทรัพย์สิน จนท.คุมไม่อยู่ เเจ้งตร.ระงับเหตุ ส่ง 4 หัวโจกควบคุมตัวที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต สืบประวัติประวัติพบเอี่ยวคดียาเสพติด – เผ่าโรงพักถลาง

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 4 สิงหาคม เจ้าหน้าที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ประสานไปยังเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้เข้ามาช่วยระงับเหตุภายในสถานพินิจฯ

หลังจากเยาวชนฯ ที่ถูกควบคุมตัวจำนวนหนึ่งได้ก่อเหตุสร้างความวุ่นวาย ทุบทำลายข้าวของภายในโรงอาหารและลานอเนกประสงค์ ชั้น 1 โดยนางสาวรวี คูหามุข ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ และเจ้าหน้าที่ภายในฯ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากเยาวชนมีจำนวนมาก แม้จะพยายามห้ามปราบแล้วแต่เยาวชนดังกล่าวก็ไม่ฟัง โดยได้ใช้ถังดับเพลิงฉีดพ่นน้ำยาไปตามพื้นอาคาร และทุบกระจกกั้นห้องอาหารและห้องทำกิจกรรมซึ่งอยู่บริเวณชั้น 1 เสียหาย ขณะเดียวกันก็ได้นำขนมชนิดต่างๆ เทกระจายทั่วพื้นลานกิจกรรม นอกจากนี้ยังได้มีการทุบทำลายเก้าอี้พลาสติกที่วางไว้ในห้องอาหาร และล็อคเกอร์เก็บสิ่งของบริเวณลานอเนกประสงค์ได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตามเมื่อทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต นำโดยนายพิชิต วรรณจิตต์ ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต นำโดย พ.ต.อ.กมล โอศิริ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และ อส.ปกครองจังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางไปถึงอาคารสถานพินิจฯ ทางกลุ่มเยาวชนจำนวน 35 คน กำลังอยู่ในความชุลมุน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปทำการระงับเหตุ โดยให้เยาวชนทั้งหมดมานั่งรวมตัวกันอยู่ที่บริเวณลานกิจกรรมด้านนอกตัวอาคาร พร้อมแยกแกนนำไว้ต่างหาก และได้มีการว่ากล่าวตักเตือน

ก่อนที่จะให้ทางเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ จัดหาอาหารเย็นให้รับประทาน จากนั้นได้แยกแต่ละกลุ่มขึ้นไปควบคุมตัวไว้บนเรือนนอนชั้น 2 ส่วนหัวโจ๊กจำนวน 4 คน ได้นำตัวมาควบคุมไว้ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต ในระหว่างนั้นนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายชาติชาย สุขไสย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.เสริมพันธุ์ ศิริคง รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ได้มาติดตามสถานการณ์ และสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

นางสาวรวี คูหามุข ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในช่วงบ่ายระหว่างที่จัดให้มีการเยี่ยมญาติตามปกติ ระหว่างนั้นก็ได้มีนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งถูกดำเนินคดียาเสพติด (พืชกระท่อม) และเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีเผา สภ.ถลาง เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 2558 ได้เข้าไปกลั่นแกล้งเพื่อนซึ่งถูกควบคุมตัวเข้ามาอยู่ใหม่เพื่อแสดงตัวให้เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งพยายามชักชวนคนอื่นๆ ก่อความวุ่นวาย ด้วยความหึกเหิมทางกลุ่มเยาวชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวรวม 35 คน ได้ใช้ถังดับเพลิงฉีดพ่นไปตามพื้นของอาคารและฉีดลงไปน้ำซึ่งกั้นระหว่างอาคารที่ควบคุมเยาวชนกับอาคารสำนักงาน บางส่วนก็ได้ไปทุบกระจกของโรงอาหาร และห้องที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมบำบัด รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายในโรงอาหารและลานอเนกประสงค์

จากเดิมที่ไม่ได้มีข้อเรียกร้องอะไรแต่พอรวมตัวกันได้ก็ได้กำหนดข้อเรียกร้องโดยขอให้ปรับเปลี่ยนวันพบญาติจาก 3 วัน (จันทร์ พุธ ศุกร์) เป็นทุกวัน และขอให้เล่นฟุตบอลหลังจากทำกิจกรรมตามตารางที่กำหนดไว้แล้ว แต่ในความเป็นจริงหลังจากเวลา 15.00 น. ของทุกวัน ก็จะเป็นช่วงเวลาอิสระและปกติเด็กๆ ก็จะเล่นฟุตบอลอยู่แล้ว นางสาวรวี กล่าว และกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ในส่วนของหัวโจ๊กนั้นเข้า-ออกสถานพินิจฯ มาแล้ว 4 ครั้ง ด้วยคดีเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทพืชกระท่อม กับคดีเผาโรงพักถลาง ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้ว โดยให้ควบคุมตัวไว้ในสถานพินิจฯ เพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นเวลา 8 เดือน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อ่านเต็มๆ ! เอกสาร “เครือข่ายภาคประชาสังคม-นักวิชาการ” ยื่น “บิ๊กตู่” ปมชุมชนป้อมมหากาฬ
บทความถัดไปสื่อพม่าชี้ ไทยเสี่ยงมีประชาธิปไตยต่ำกว่ามาตรฐาน หากร่างรธน.ผ่านประชามติ