ฝนตกทั้งวัน ทำรถตกถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี เกือบสิบราย ทวงถามความรับผิดชอบ

ฝนตกทั้งวัน ทำรถตกถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี เกือบสิบราย ทวงถามความรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกือบตลอดทั้งวันที่ผ่านมา หลังจากในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีฝนโปรยปรายตกลงมาเกือบตลอดเวลา ได้ส่งผลทำให้มีผู้ใช้เส้นทางบนถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ขับรถมาประสบอุบัติเหตุลื่นไถลตกถนนพลิกคว่ำจนตัวรถได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน เหตุเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากถึงเกือบ 10 ราย ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่จนเกือบพลบค่ำ

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ประกอบเขตทางหลวง เช่น ราวกั้นขอบทาง เสาไฟส่องสว่างตามเส้นทางแท่งแบริเออร์กั้นแบ่งแนวเขตขอบทาง และราวสะพานต่างระดับได้รับความเสียหาย โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ต่างระบุตรงกันว่าไม่ได้ใช้ความเร็วสูงแต่อย่างใด แต่ตัวรถกับลื่นไถลปลิวตกถนนลงไปในคูน้ำเอง หรือพุ่งชนเข้ากับสิ่งกีดขวางต่างๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยที่ในเส้นทางไม่ได้มีอะไรพุ่งเข้ามาตัดหน้ารถ หรือมีสิ่งผิดปกติเข้ามาขวางเส้นทางการจราจร

โดย นายศักดา นาคขำ อายุ 32 ปี กล่าวว่า ตนเพิ่งขับรถบรรทุก 6 ล้อเล็กเลี้ยวออกมาจากถนนศุขประยูร ผ่านกลางตัวเมืองฉะเชิงเทราเข้ามาสู่ถนนคู่ขนานสาย 304 มุ่งหน้าไปทางกบินทร์บุรีได้เพียงเล็กน้อย ตัวรถได้เกิดการหมุนสะบัดเสียหลักลงไปในคูน้ำอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงแต่อย่างใด เนื่องจากเพิ่งเลี้ยวออกมาจากทางแยกได้ไม่นาน

ขณะเกิดเหตุมีเพียงฝนตกพรำลงมาอย่างประปราย อีกทั้งตนยังใช้ความเร็วไม่มากเพียงประมาณ 30-40 กม./ชม.เท่านั้น จึงเชื่อว่าการก่อสร้างถนนในบริเวณนี้อาจไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากพื้นผิวถนนมีลักษณะเงาเป็นมันลื่น และสีของคอนกรีตบนพื้นถนนในแต่ละช่องจราจรยังไม่เหมือนกันอีกด้วย โดยบางจุดคอนกรีตมีสีเหลือง บางจุดมีสีออกนวลเทาหรือขาว และพื้นคอนกรีตบางส่วนกลับไม่มีลาย เนื่องจากในขณะเทพื้นคนงานอาจใช้ลูกกลิ้งแทนการใช้ไม้สามเหลี่ยมในการปาดเนื้อคอนกรีตให้เรียบ จึงทำให้หน้าของพื้นผิวมีลักษณะค่อนข้างเงามัน ซึ่งตนเชื่อว่าการก่อสร้างพื้นถนนในบริเวณนี้อาจไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ผู้ใช้เส้นทางขับรถผ่านมาลื่นตกถนนไปตามๆ กัน ผิดไปจากถนนสายสุวินทวงศ์ ที่เพิ่งมีการก่อสร้างขยายเส้นทางใหม่เช่นเดียวกัน แต่พื้นผิวถนนกลับไม่ลื่น ทั้งที่ตนก็เพิ่งขับรถผ่านมาในช่วงระหว่างที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักกว่านี้ และยังใช้ความเร็วสูงกว่าในขณะที่ขับมาถึงบริเวณนี้อีกด้วยเนื่องจากเป็นเส้นทางตรง ส่วนตรงจุดเกิดเหตุนี้เพิ่งจะเลี้ยวออกมาจากทางแยกและยังอยู่ในทางคู่ขนาน

จึงอยากถามถึงความรับผิดชอบว่าใครควรจะรับผิดชอบ ต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน หากการก่อสร้างถนนในบริเวณนี้ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ใช่จะมาปล่อยให้ประชาชนผ่านมาตกเป็นเหยื่อ และต้องมารับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกันเองจากการก่อสร้างที่อาจไม่ได้มาตรฐานแบบนี้ หลังจากตัวรถที่ขับมาพุ่งไปชนเข้ากับอุปกรณ์บนถนนเสียหาย อีกทั้งตัวรถของผู้ใช้เส้นทางก็ยังพังเสียหาย แต่ต้องมาเสียเงินชดใช้กันเอง และต้องเสียค่าปรับจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอีกด้วย นายศักดา กล่าว

ขณะที่ นายอนุสรณ์ ศรีเจริญ อายุ 50 ปี ชาว จ.สระแก้ว คนงานร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ชื่อดังรายใหญ่ใน จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ตนเองได้ขับรถยนต์กระบะบรรทุกรถ จยย. เพื่อนำไปส่งให้แก่ลูกค้าผ่านมายังพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา แต่ในขณะขากลับตนกำลังขับรถมาอยู่เส้นทางด้านในบนช่องจราจรที่ 3 ริมสุดด้านซ้าย ตัวรถกลับเกิดอาการเสียการทรงตัว

พุ่งตกลงไปในคูน้ำข้างทางอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ขับมาอย่างช้าๆ บนเลนด้านซ้ายสุดเนื่องจากเพิ่งจะลงมาจากสะพานข้ามสี่แยกกองพลทหารราบที่ 11 จึงถือเป็นเรื่องแปลก แต่เข้าใจว่าบนถนนน่าจะมีน้ำฝนขังอยู่ในหลุมเล็กๆ บนพื้นผิวจราจรจน จึงทำให้ตัวรถลื่นไถลตกข้างทางก็เป็นได้ หลังจากตัวรถเสียหลักตกถนนแล้วโชคดีที่ตนไม่ได้เป็นอะไร แต่ตัวรถได้พุ่งเฉียดเสาไฟส่องทางมาแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นายอนุสรณ์ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon