ชาวนาเชียงรายรวมตัวยื่นผู้ว่าฯช่วยด้วย ราคาข้าวตกต่ำสุดขีด เหมือนกันทั้งจังหวัด

ชาวนาเชียงรายยื่นคำขาด 20 ต.ค.ชุมนุมใหญ่ขอข้าวกิโลฯ 10 บาท

เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ห้องประชุมเวียงกาหลง ศาลากลาง จ.เชียงราย กลุ่มเกษตรกรจากสภาเกษตรกร จ.เชียงราย นำโดยนายธีธวัช คำเงิน ประธานสภาเกษตรกร จ.เชียงราย และเครือข่าย ได้พากันไปยื่นหนังสือต่อนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นางวนิดา ทิพย์ศักดิ์ พาณิชย์ จ.เชียงราย เพื่อให้ทางจังหวัดแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตข้าวตกต่ำ ซึ่งทางผู้บริหารได้มอบหมายให้ทางสำนักงานพาณิชย์และ พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จ.เชียงราย เข้ารับเรื่องเพื่อรวบรวมข้อมูลช่วยเหลือ ซึ่งทางเกษตรกรได้ยื่นหนังสือมีเนื้อหาขอให้มีการทวงถามไปยังรัฐบาลเรื่องการจะประกันราคาข้าวในฤดูเก็บเกี่ยวปี 2563-2564 นี้ด้วย และให้ช่วยเหลือในการพยุงราคาข้าวเหนียวและข้าวจ้าวความชื้นไม่เกิน 25% ได้ให้ราคากิโลกรัมละ 10 บาท เนื่องจากในปัจจุบันราคาได้ลดต่ำลงจนเหลือกิโลกรัมละเพียง 6 บาท เหมือนกันหมดทั้งจังหวัดโดยบรรดาโรงสีและผู้ประกอบการซื้อข้าวได้รับซื้อในราคาเดียวกันหมด

นายธีธวัช กล่าวว่าปัจจุบันราคาข้าวตกต่ำลงจึงขอให้ทางจังหวัดในฐานะประธานกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 และพาณิชย์จังหวัดได้ประสานกับทั้ง 4 จังหวัดหรือ 8 จังหวัดภาคเหนือให้ร่วมกันต่อรองกับผู้ประกอบการค้าข้าวให้มีการรับซื้อในราคาที่สูงกว่านี้ เพราะหากใช้กำลังเพียงจังหวัดเดียวคงไม่ประสบความสำเร็จแน่เพราะธุรกิจค้าข้าวเกี่ยวโยงไปหลายจังหวัด และอยากให้หน่วยงานอื่นๆ สนับสนุนเกษตรกรให้มากขึ้น เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่สนับสนุนโครงการชะลอการขาย ระดมสหกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในจังหวัดช่วยเหลือเกษตรกร ฯลฯ

ด้านนายกฤษณะ คำปุก ผู้แทนเกษตรกรระดับตำบล อ.พาน กล่าวว่าปัจจุบันชาวนามีต้นทุนในการทำนาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 6 บาท ดังนั้นเมื่อถูกรับซื้อในราคาเดียวกันก็เหมือนขาดทุนตั้งแต่ยังไม่ได้ขาย และพบว่าเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนราคาข้าวจะซื้อขายกันในกิโลกรัมละ 14 บาท แต่ปรากฎว่าภายใน 1 สัปดาห์ได้ลดฮวบลงเหลือเพียง 6 บาทและยังมีการปล่อยข่าวอีกว่าราคาจะลดต่ำลงอีกทำให้ชาวนาเร่งขายผลผลิตในราคาถูก ปัจจุบันจึงมีการเก็บเกี่ยวแล้วราว 10-20% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งจังหวัด จึงอยากให้ทางภาครัฐและเครือข่ายเข้าช่วยเหลือชาวนาไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อฤดูเพาะปลูกถัดๆ ไปเพราะชาวนาจะขาดทุน ทั้งนี้พวกเราจะรอคำตอบการช่วยเหลือจนถึงวันที่ 20 ต.ค.นี้หากยังแก้ไขไม่ได้ก็จะพากันไปชุมนุมเป็นจำนวนมากต่อไป

ด้านสำนักงานพาณิชย์ จ.เชียงราย ได้แจ้งต่อเกษตรกรว่าจะนำข้อเรียกร้องของเกษตรกรซึ่งรวมถึงข้อปลีกย่อยๆ อื่นๆ เช่น การผูกขาดรับซื้อของผู้ประกอบการในพื้นที่ที่พยายามกีดกันผู้ซื้อจากต่างพื้นที่ การให้ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวและสหกรณ์ต่างๆ ได้ร่วมในการแก้ไขปัญหาราคา ฯลฯ รวมถึงเรื่องการเจรจากับผู้ประกอบการดังกล่าวเข้าสู่การประชุมในวันที่ 14 ต.ค.นี้ โดยจะมีการเชิญภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย ขณะที่ทาง พ.อ.พักตร์พงษ์ รับปากว่ากรณีการกีดกันไม่ให้มีผู้ค้าขายนอกพื้นที่เข้ามาซื้อนั้นเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามให้ ส่วนกรณีอื่นๆ ยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาให้เสร็จก่อนวันที่ 20 ต.ค.นี้ต่อไป

รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าในปัจจุบัน จ.เชียงราย มีพื้นที่ปลูกข้าวรวมกันประมาณ 1,253,098 ไร่ มากเป็นอันดับที่ 19 ของประเทศไทยและมากที่สุดในภาคเหนือตอนบน โดยแต่ละปีจะให้ผลผลิตประมาณ 740,000 ตัน และสร้างรายได้เข้าจังหวัดประมาณ 7,000 ล้านบาท

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้มุมไบป่วน! ไฟดับนานหลาย ชม. ระบบรถไฟชะงัก กระทบ รพ.รักษาผู้ป่วยโควิด-19 
บทความถัดไปไม่ง้อแล้ว! ‘แมนฯยู’ ส่อพับแผนล่า ‘ซานโช่’ มั่นใจมีแข้งฝีเท้าดีสไตล์เดียวกัน