สืบเนื่องจากการรับมือมวลน้ำก้อนใหญ่ในลำน้ำมูล ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา หลังจากปริมาณน้ำท้ายเขื่อนลำตะคองและเขื่อนลำพระเพลิงได้ไหลลงสู่ลำน้ำมูลในอำเภอโชคชัย อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และไหลลงสู่ลำน้ำมูล ในอำเภอพิมาย เนื่องจากเขื่อนพิมายเป็นพื้นที่รับน้ำจากเขื่อนหลักต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องทุกวันนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายชำนาญ กฤษณสุวรรณ รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา พร้อมด้วย นายสมเดช ลีลามโนธรรม หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย และนางสาวอทิตยา ติระโชติ รักษาการ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ได้ตัดสินใจร่วมกันเพิ่มจำนวนกระสอบทรายอีก 2,000 ถุง จากเดิมจัดซื้อกระสอบบรรจุทรายไว้แล้วกว่า 4,000 ถุง รวมเป็น 6,000 ถุง มาวางกั้นเป็นแนวรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำลำมูลเอ่อทะลักเข้าท่วมเสียหาย เนื่องจากคาดการณ์ว่า อีกประมาณ 5 วัน มวลน้ำก้อนใหญ่นี้จะเอ่อท่วมในเขต อ.พิมาย เท่ากับปี 2553 หรืออาจจะมากกว่านั้น เกรงว่าจะไม่สามารถต้านกระแสน้ำจำนวนมากที่ไหลหลากมาได้ จึงต้องเสริมแนวกระสอบทรายเพิ่มขึ้นอีก เพื่อเสริมความแข็งแรงของแนวกั้น และชะลอกระแสน้ำไม่ให้ไหลทะลักเข้าท่วมสถานที่เก็บโบราณวัตถุล้ำค่าชั้นเยี่ยมของประเทศ อาทิ หลุมฝังศพจำลอง พร้อมโครงกระดูกที่ขุดพบบริเวณบ้านปราสาท เครื่องปั้นดินเผาในยุคต่างๆ ศิลปวัตถุสมัยทวารวดี และพระพุทธรูป เทวรูป และทับหลังต่างๆ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นประติมากรรมหินทรายที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก จึงยากต่อการเคลื่อนย้ายหนีน้ำ

