ททท.เปิดตามรอย13หมูป่า สัมผัสวิถีอีสานล้านนา ชูท่องเที่ยวหลากสไตล์รับไฮซีซั่น

ททท.เปิดตามรอย13หมูป่า
สัมผัสวิถีอีสานล้านนา
ชูท่องเที่ยวหลากสไตล์รับไฮซีซั่น

ท่ามกลางปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนส่งผลกระทบต่อด้านสังคม เศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวรองที่มีความสำคัญ ได้รับผล
กระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยสามารถควบคุมไวรัสโควิด-19 ให้อยู่ในวงที่จำกัด ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศและไม่เกิดการลุกลาม หลายพื้นที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการและปลดล็อกด้านการท่องเที่ยว อาทิ จ.ภูเก็ต หรือ “ภูเก็ตโมเดล”

จ.เชียงราย เป็นจังหวัดต้นๆ ที่อาจได้รับเลือกให้เป็นจังหวัดนำร่องในการท่องเที่ยวแบบจำกัดจำนวน โดยใช้ “ภูเก็ตโมเดล” เป็นต้นแบบ ล่าสุดทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย โดย น.ส.กรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย มีการเตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับมาตรการดังกล่าว ตลอดจนรองรับนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีเข้ามาเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูหนาว หรือช่วงไฮซีซั่น โดยนำคณะสื่อมวลชน จ.เชียงราย จัดกิจกรรม “เที่ยวผ่อนคลาย สบายใจสื่อ” เพื่อเป็นการโปรโมตเส้นทางการท่องเที่ยวเชียงราย และยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ

โดยเริ่มทริปจากสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ออกเดินทางไป อ.แม่สาย แวะจิบกาแฟที่ “ทุ่งเคียงดอย” บ้านนางแลใน อ.เมือง จ.เชียงราย อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งเป็นร้านกาแฟตั้งอยู่กลางทุ่งนา หรือถ่ายกับสะพานไม้ไปในอีกหลายจุด โดยมีสันเขาล้อมรอบ ก่อนจะมุ่งหน้าต่อไปยัง “วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน” ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อดูเรื่องเล่าและบันทึกประวัติศาสตร์โลกของการช่วยเหลือเยาวชน 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอคาเดมี ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงนานถึง 9 วัน โดยมีรถรางบริการรับ-ส่ง นอกจากจะชมถ้ำหลวงแล้ว ยังสามารถชมภาพเดอะฮีโร่และอนุสาวรีย์ น.ต.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม ฮีโร่ผู้เสียสละชีวิตในครั้งนั้น ปัจจุบันทางอุทยานฯ มีการก่อสร้างถ้ำหลวงจำลอง ซึ่งจะทดลองเปิดให้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม และเปิดให้ชมเต็มรูปแบบในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดหิรัญญาวาส อุทยานเวฬุวัน (วัดพระสาน) บ้านเหมืองแดงน้อย ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ชมพระเจ้าสานปางมารวิชัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จุดเด่นของวัดนี้อยู่ที่พระประธานในวิหาร สานด้วยไม้ไผ่ หน้าตักกว้าง 9.9 ศอก สูง 19 ศอก เป็นพระพุทธรูป ลักษณะพระสิงห์หนึ่งเชียงแสน ศิลปะแบบล้านนาที่สร้างด้วยไม้ไผ่ทั้งองค์ ใช้เวลาสร้าง 99 วัน ใช้ไม้ไผ่ทั้งหมด 39,000 ท่อน ชื่อว่า “พระสิงห์สานชนะมาร” เคลือบเงาดำด้วยยางของต้นรัก

หากอิ่มบุญกันแล้วจะแวะไปร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนบ้านปางห้า ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ทำศิลปะจากกระดาษหนึ่งเดียวในโลก เพลิดเพลินกับการมาส์กหน้าใยไหมทองคำ แช่เท้าด้วยน้ำสมุนไพร พร้อมรับประทานอาหารว่าง “Local country style” โดยที่นี้ “ท่องเที่ยวชุมชนบ้านปางห้า” ได้รับโล่รางวัล ระดับ Platinum โครงการ สุดยอด SME Provincial 2020 จากการคัดเลือก 77 จังหวัด จังหวัดละ 1 แห่ง คัดเลือกเหลือแค่ 5 จังหวัด ท่องเที่ยวชุมชนบ้านปางห้า ได้รางวัล Platinum อันดับที่ 2 ของประเทศ ซึ่งใครที่เหนื่อยแล้วก็สามารถนอนพักค้างแรมที่นี่ได้เลย เพราะมีห้องพักแบบโฮมสเตย์หรือรีสอร์ตให้พัก

หากใครต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอีสานล้านนา ก็สามารถเดินทางต่อไปที่โฮมเสตย์ “บ้านท่าขันทอง” อ.เชียงแสน เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวโฮมสเตย์ที่ขึ้นชื่อของประเทศไทย จนได้รับรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท (Thailand Rural Tourism Award 2020 ประจำปี 2563 เนื่องจากหมู่บ้านยังคงวิถีเอกลักษณ์ของชาวอีสานและชาวพื้นเมืองเหนือ ที่อาศัยด้วยกันอย่างกลมกลืน ตลอดจนยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีไว้ได้อย่างเหนียวแน่นตกค่ำยังมีกิจกรรมต้อนรับด้วยประเพณีของชาวอีสานล้างมือด้วยน้ำดอกไม้ ขบวนแห่ขันโตกเพื่อบูชาพญาแทนและพิธีผูกขวัญผูกข้อไม้ ข้อมือเป็นสิริมงคล ในบรรยากาศอาหารค่ำแบบขันโตกซึ่งจะเสิร์ฟด้วยอาหารพื้นถิ่น
ทั้งของชาวเหนือและชาวอีสาน ขณะรับประทานอาหารก็จะมีการแสดงด้านวัฒนธรรมทั้งแบบชาวเหนือและชาวอีสานให้รับชมตลอดแบบหลากหลาย

น.ส.กรุณากล่าวว่า การจัดทริปครั้งนี้นอกจากจะเป็นสานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐคือ ททท.เชียงราย กับสื่อมวลชน จ.เชียงราย แล้ว ยังต้องการให้สื่อมวลชนได้เห็นแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่สำคัญของจังหวัด เพื่อที่จะได้สัมผัสพื้นที่จริงเพื่อนำไปเผยแพร่แก่บุคคลอื่นให้เข้ามาชมด้วย ยังเป็นการเดินทางมาเพื่อแสดงความยินกับหมู่บ้านหรือชุมชนที่ได้รับรางวัล โดยเฉพาะรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท หรือ Thailand Rural Tourism Award 2020 เป็นการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวให้กับชุมชนและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากจะได้รับพระราชทานรางวัลซึ่งถือเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจให้กับชุมชนอย่างสูงสุดน.ส.กรุณากล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังจะได้รับการประชาสัมพันธ์ต่อยอดขยายผลทางการตลาดและเสนอขายอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านสื่อต่างๆ มากมาย รวมทั้งการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก เช่น Airbnb อีกทั้งที่ผ่านมา ททท. สำนักงานเชียงราย ได้ให้การสนับสนุนและร่วมจัดกิจกรรมการตลาดของชุมชนมาโดยตลอด และต้องขอขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาที่ร่วมบูรณาการให้การสนับสนุนชุมชนเป็นอย่างดีด้วย

หนาวนี้ใครที่ยังไม่มีเป้าหมายหรือจุดเช็กอินก็สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวตามรอย 13 ชีวิตทีมหมูป่าและสนุกเพลิดเพลินกับแหล่งเที่ยวธรรมชาติ กับกิจกรรมวิถีชีวิตชุมชนหลากหลายเผ่าพันธุ์ หลากหลายสไตล์ได้ทุกวันชาวชุมชนเชียงรายบอกยินดีต้อนฮับเจ้า การันตีได้เลยว่าไม่ผิดหวัง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดใจ ร้านหมูทอด ไล่ไรเดอร์อยากสบายนอนอยู่บ้าน ไม่ต้องออกมาหาเงิน
บทความถัดไปรอยัล โอชา ลักชัวรี่ ไทย ไฟน์ ไดนิ่ง มิชลิน ไกด์ 2 ปีซ้อน