ขานรับ ‘หัวหินเมืองแห่งความสุข’ โมเดลกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

ขานรับ ‘หัวหินเมืองแห่งความสุข’
โมเดลกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

หลังจากนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดโครงการ “หัวหินเมืองแห่งความสุข” ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามสแควร์ กทม. โดยโครงการดังกล่าวมีหลายหน่วยงานร่วมบูรณาการประสานงาน เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มบริษัทพราว บริษัทเป๊ปซี่โค เซอร์วิสเซส เอเชีย จำกัด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แอร์เอเชีย และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อมอบของขวัญแห่งความสุขสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนที่หัวหิน ให้เป็นต้นแบบหรือโมเดลของการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

นายสุวัจน์กล่าวว่า “หัวหินเมืองแห่งความสุข” เป็นหนึ่งในการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยปีละกว่า 40 ล้านคน แต่คาดว่าปีนี้น่าจะไม่เกิน 5 ล้านคน และรัฐบาลพยายามจะฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีผลกระทบน้อยที่สุดจากมาตรการหลายด้าน และเชื่อว่าวันที่โควิดจบ ประเทศไทยจะเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่มีการฟื้นตัวรวดเร็วทางเศรษฐกิจ

นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดพร้อมเดินหน้าโครงการ “หัวหินเมืองแห่งความสุข” โดยบูรณาการร่วมกับองค์กรภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ 360 องศา อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2563 ทั้งการจัดคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ กิจกรรมเคาต์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยการจุดพลุเหนือท้องทะเล การแข่งขันกีฬากอล์ฟและเทนนิส ในรูปแบบ NEW NORMAL เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว“ปัจจุบันหัวหินได้รับการยกระดับเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ในอดีต ขณะนี้หัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมมาพักผ่อนท่องเที่ยวในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้มาตรการเฝ้าระวังที่ได้รับความร่วมมืออย่างดี ทำให้หัวหินได้รับการยกระดับให้เป็นเมืองปลอดภัย ขณะที่จังหวัดพร้อมสนับสนุนโครงการทั้งด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัย โดยเทศบาลหัวหินใช้งบประมาณ 53 ล้านบาท ติดตั้งกล้องวงจรปิดในระบบ เอไอ 463 ตัว 116 จุด ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนบริษัทแอร์เอเชีย ได้ขยายระยะเวลาเส้นทางบินตรงจาก จ.เชียงใหม่ จ.อุดรธานี ถึงเดือนมีนาคม 2564 ทำให้การเดินทางสะดวกและปลอดภัย โดยใช้เวลาเดินทางไม่นาน”

สำหรับภาพรวมของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมปีละประมาณ 7.2 ล้านคน เป็นชาวไทยประมาณ 6 ล้านคน ต่างประเทศประมาณ 1.2 ล้านคน ทำให้ อ.หัวหิน และอำเภออื่นไม่ได้รับผลกระทบเหมือน จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ เมืองพัทยา และเกาะสมุย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไทยพบพม่า : ความฝันของตุระ ฉ่วย มาน โดย ลลิตา หาญวงษ์
บทความถัดไปดุลยภาพ ดุลยพินิจ : การคลังและงบประมาณแผ่นดิน ปี2564 ใครว่าไม่น่าห่วง โดย ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์