หน้าแรก ภูมิภาค กกต.ลำปางไม่แ...

กกต.ลำปางไม่แจ้งความหญิงสูงอายุฉีกบัตรฯ ชี้ต้องดูเจตนาก่อนตั้งใจหรือไม่!

8.08.16 | 11:42 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 สิงหาคม 2559 ผลการออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญของ จ.ลำปาง ปรากฏว่าประชาชนชาวลำปางออกเสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีจำนวนออกเสียง 193,760 เสียง คิดเป็น 51.70% ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้ที่ไม่เห็นชอบอยู่ 180,865 เสียง คิดเป็น 48.30% ส่วนประเด็นคำถามพ่วงนั้น ประชาชนชาวลำปางเห็นชอบ 167,979 เสียง คิดเป็น 48.51% ซึ่งน้อยกว่าผู้ที่ไม่เห็นชอบที่มีจำนวน 178,128 เสียง คิดเป็น 51.49% สำหรับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ มีประชาชนชาวลำปางออกมาใช้สิทธิ 417,567 คน คิดเป็นร้อยละ 66.87 จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 624,436 คน ซึ่งพบว่ามีชาวลำปางไม่ออกมาใช้สิทธิมากถึง 206,869 คน และการออกเสียงครั้งนี้ที่ จ.ลำปาง ยังพบบัตรเสียเป็นจำนวนมากด้วย โดยมีจำนวน 17,663 ใบ คิดเป็นร้อยละ 4.23

สำหรับในส่วนของบัตรเสียนั้น ทางนายสุคนธ์ เรือนสอน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งจะต้องไปตรวจสอบบัตรเสียดังกล่าวก่อน ถึงจะทราบชัดเจน ว่า เกิดขึ้นจากสาเหตุใดกันแน่ โดยเฉพาะการกากบาท ที่อาจจะทำให้เกิดบัตรเสียขึ้นมาก ส่วนภาพรวมการจัดออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมาเรียบร้อยดี ยอมรับว่าความตื่นตัวในการใช้สิทธิออกเสียงประชามติในพื้นที่ จ.ลำปาง มักจะไม่ค่อยคึกคัก หากเทียบกับการเลือกตั้งทั่วไป ดังนั้นยอดประชาชนชาวลำปางที่ออกมาใช้สิทธิในปีนี้ จึงมีความใกล้เคียงกับยอดการลงประชามติเมื่อปี 2550 ที่ครั้งนั้นคิดเป็นร้อยละ 67.85

“ส่วนกรณีการพบผู้สูงอายุ เป็นหญิงฉีกบัตรออกเสียงที่หน่วยออกเสียงที่ 22 ภายในที่ทำการไปรษณีย์ลำปาง สาขา ต.สบตุ๋ย อ.เมือง เทศบาลนครลำปาง ในเรื่องนี้ตนได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติม นอกเหนือจากการสอบหญิงผู้สูงอายุที่ฉีกบัตร โดยขอให้สอบทั้งผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียง และคณะกรรมการประจำหน่วยทั้งหมด เพื่อประกอบในคดี ถึงแม้ว่าผู้ฉีกบัตรจะไม่มีเจตนาที่จะตั้งใจป่วนการออกเสียง แต่เกิดจากความไม่รู้ แล้วไปฉีกบัตรตามรอยพับออกเป็น 2 แผ่น ก่อนที่จะเดินตรงไปถามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยว่า จะต้องหย่อนอย่างไร สำหรับกรณีนี้จะต้องดูที่เจตนาก่อเหตุ โดยเกิดขึ้นจากความเข้าใจผิด ทาง กกต.ลำปาง จึงไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ใดๆ เพื่อกล่าวโทษในการดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบพยานแวดล้อม เพื่อให้ทราบถึงเหตุการณ์ และพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุ ที่ทำไปด้วยสำคัญผิดคิดว่าต้องฉีกออกจากกัน”