ครู อุบลฯ ยื่นหนังสือเอาผิดทางอาญา กศจ. ปมผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม. ต่อ ป.ป.ช.

ชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครู จังหวัดอุบลราชธานี. “ไม่ทน” ออกแถลงการณ์ ยื่นหนังสือร้องกล่าวโทษ เอาผิดทางอาญา กศจ. ในฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม. ต่อ ป.ป.ช.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายวิบูลย์ กุลวงศ์ ประธานชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครู จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า นายวีรศักดิ์ เอกศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนกุดข้าวปุ้นวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 กับพวก ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครู จังหวัดอุบลราชธานี ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากตนเองและพวก ได้ยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี ตามแบบที่ ก.ค.ศ.กำหนด ในระหว่างวันที่ 1- 15 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยยื่นคำร้องขอย้าย ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ตรวจสอบ รับรองคุณสมบัติ เสนอต่อสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามอำนาจหน้าที่ของอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)อุบลราชธานี ตามที่มอบหมาย

นายวีรศักดิ์ กล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการนั้น สำนักงาน ก.ค.ศ. กำหนดขั้นตอนวิธีการย้าย กรณีปกติ ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดทำข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาย้าย และให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตในจังหวัด เป็นคณะทำงานร่วมกัน ตรวจสอบข้อมูลและจัดทำรายละเอียดให้คะแนนแก่ผู้ประสงค์ขอย้ายตามองค์ประกอบรายละเอียดของประกาศ สพฐ.กำหนด ก่อนเสนออนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.)ประเมินศักยภาพกลั่นกรองการย้าย และให้ความเห็นต่อคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)พิจารณาย้ายต่อไป ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าว กฎหมายมีเจตนารมณ์ ต้องการความรับผิดชอบของตำแหน่งที่ระบุไว้ โดยระบุชื่อหน่วยงานที่บุคคลในตำแหน่งนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งจะแต่งตั้งบุคคลอื่นมาเป็นคณะทำงานตรวจสอบข้อมูล และจัดทำรายละเอียดการให้คะแนนตามองค์ประกอบการประเมินศักยภาพกลั่นกรองการย้ายไม่ได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ผู้รักษาการในตำแหน่งศึกษาธิการ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ไปดำเนินการออกคำสั่งคณะกรรมการศึกษาธิการ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ 85/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคะแนนตามตัวชี้วัดในการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ตำแหน่ง ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ.2563 โดยคณะบุคคลผู้ไม่มีหน้าที่ในเรื่องนั้น ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 เนื่องจากอาจมีเหตุจูงใจ เพื่อให้บุคคลที่ตนแต่งตั้งได้จัดทำรายละเอียดการให้คะแนนแก่ผู้ประสงค์ขอย้ายที่ตนประสงค์จะให้ได้รับการพิจารณาย้าย ได้คะแนนสูง เสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)พิจารณาย้าย จนมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อพฤติกรรมในทางทุจริต

จากนั้นตนเองและพวกจึงได้ยื่นคำร้องคัดค้านคณะกรรมการชุดดังกล่าว เพื่อมีคำขอให้ ประธาน กศจ.หยุดการพิจารณาในเรื่องนี้ไว้ก่อน และพิจารณาคำคัดค้านตามที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ แต่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ก็เพิกเฉยไม่พิจารณาคำคัดค้านแต่อย่างใด แต่กลับรีบเร่งพิจารณา มีมติอนุมัติย้าย และออกคำสั่งย้ายแล้ว

นายวิบูลย์ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวจึงมีเหตุให้เคลือบแคลงสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)ว่า เป็นองค์บริหารงานบุคคลภาครัฐในการการปกป้องระบบคุณธรรม ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาหรือไม่ และได้ยึดมั่นในความถูกต้องดีงามในการส่งเสริมให้เกิดการบริหารกิจการภาครัฐที่ดีหรือไม่ ทางชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครู จังหวัดอุบลราชธานี “ไม่ทน” จึงได้ออกแถลงการณ์และยื่นหนังสือร้องกล่าวโทษ เอาผิดทางอาญา กับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.)อุบลราชธานี ในฐานความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อนาคตทักษะวัฒนธรรมของสังคมไทยเปราะบางหรือคงทน
บทความถัดไปทะเลาะกับเมีย สามีน้อยใจประชดผูกคอตายข้างบ้าน