นักวิชาการเผยเลือกตั้งนายก อบจ.โคราช สู้กันเดือด คาดเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท

นักวิชาการเผยเลือกตั้งนายก อบจ.โคราช สู้กันเดือด คาดเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน และนักวิชาการอิสระโคราช ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงการเลือกตั้งนายก อบจ.และ ส.อบจ.นครราชสีมา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.2563 นี้ว่า ในการเลือกตั้งนายก อบจ.นครราชสีมา ครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจลงสมัครหลายราย เนื่องจาก อบจ.นครราชสีมา มีงบประมาณบริหารปีละกว่า 4,000 ล้านบาท หากรวมวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ก็ประมาณสูงถึง 12,000 ล้านบาท เลยทีเดียว

“ดังนั้น จึงคาดว่าจะมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดแน่นอน โดยผลคะแนนที่คาดว่าจะชนะการเลือกตั้งได้นั้น ต้องได้ไม่น้อยกว่า 500,000 คะแนน หากมีการใช้เม็ดเงินเพื่อซื้อเสียง คนละ 1,000 บาท ก็คาดว่าจะต้องใช้เงินสูงถึง 500 ล้านบาท เลยทีเดียว แต่พฤติกรรมของประชาชนทุกวันนี้เปลี่ยนไป การจะซื้อเสียงด้วยเงินเท่านี้อาจจะยังไม่จูงใจมากนัก เพราะทุกวันนี้ค่าแรงขั้นต่ำก็สูงขึ้น อีกทั้งยังมีนโยบายของรัฐบาลแจกเงิน 3,000 บาทบ้าง 15,000 บาทบ้าง ก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ ดังนั้น จึงอาจจะต้องมีการใช้เงินซื้อเสียงสูงถึงคนละ 2,000 บาท หรือผู้สมัครแต่ละคนใช้เงินกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อที่จะให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้”

“ถ้ามีผู้สมัครนายก อบจ. 3-4 คน อัดฉีดเงินสู้กันอย่างนี้ก็คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่งที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่า สิ่งที่จะชี้แพ้ ชนะ คือเม็ดเงินในการซื้อเสียงแน่นอน ดังนั้น จึงเกิดเหตุการณ์คืนหมาหอน ที่จะมีการอัดฉีดเม็ดเงินกันมากในคืนสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งให้เห็นกันเป็นประจำ”

“ซึ่งตนเองก็รู้สึกเป็นห่วงเหมือนกันว่า หากเป็นเช่นนี้ก็เข้าลักษณะการเมืองแบบนายทุน ที่มีการใช้เงินมหาศาลลงทุนไปแล้ว ก็ต้องหวังที่จะเข้ามากอบโกยเพื่อให้ได้กำไรจากการลงทุนครั้งนี้ ดังนั้น ประชาชนจะต้องคิดให้รอบคอบก่อนเลือก ขณะเดียวกันในส่วนของ กกต.ก็จะต้องทำงานอย่างจริงจัง ไม่ใช่จะเน้นรณรงค์ให้คนออกมาเลือกตั้งมากๆ เพียงอย่างเดียวแล้ว ควรที่จะรณรงค์เรื่องการมีจิตสำนึกไม่ซื้อสิทธิขายเสียงด้วย และต้องเอาจริงกับการจับคนซื้อสิทธิ ขายเสียง มาดำเนินคดีให้ได้”

“แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การเมืองทุกวันนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังจะมีให้เห็นจากการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา มี ส.ส.ของพรรคการเมืองใหญ่สอบตกเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองใหม่ไปหลายคนแล้ว ดังนั้น อย่าหลงระเริงว่ามีเงินมาก หรือมีพรรคการเมืองใหญ่หนุนหลังจะชนะเสมอไป” นายทวิสันต์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ปารีณา’ ตอกกลับ ‘อานันท์’ พูดคล้ายคนเพ้อ ย้อนถาม หรืออยากเป็นนายกฯสมัยที่ 3
บทความถัดไปรมว.เฮ้ง สั่งเกาะติดจ้างงานทุกมิติ ยันพานาโซนิคย้ายฐานผลิตในไทยบางส่วน