หน้าแรก ภูมิภาค จนท.ตรวจการลง...

จนท.ตรวจการลงภูทับเบิก รับฟังเหตุรีสอร์ตถูกรื้อแบบเลือกปฏิบัติ ข้องใจคำสั่งไม่ไปถึงตีนเขา

8.08.16 | 16:57 น.
วันที่ 8 สิงหาคม เวลา 10.30 น. ที่ว่าการอำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ร.ต.ต.พงศกร มีพันธุ์ และนายจักริน กระแสมุข เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโส สำนักตรวจสอบจริยธรรมและกิจการพิเศษ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เดินทางมาติดตามรับฟังข้อเท็จจริง กรณี 14 ผู้ประกอบการเจ้าของรีสอร์ตภูทับเบิก ยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมอ้างถูกเลือกปฏิบัติ หลังถูกคำสั่งจังหวัดเพชรบูรณ์และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก สั่งรื้อสิ่งปลูกสร้างภายใน 30 วัน โดยการรับฟังครั้งนี้ ฝ่ายราชการมีนายวรพจน์ แววสิงห์งาม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนำตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวเข้าชี้แจง ในขณะที่ฝ่ายผู้ประกอบการมีนายกุญช์ภัสส์ พัฒนฉัตรรุ่งรุจ และนางสมพิศ ตรีศอน เข้าชี้แจง
นายวรพจน์พร้อมผู้แทนส่วนราชการที่ถูกพาดพิงได้ทยอยกันชี้แจง โดยสรุปว่าหลังมีคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2559 ทางจังหวัดได้ประชุมพรัอมกำหนดวางหลักเกณฑ์เพื่อดำเนินการกับรีสอร์ตและร้านค้าที่อยู่ในข่ายคำสั่งดังกล่าว โดยมีการจัดแบ่งกลุ่มรีสอร์ตเป้าหมายเป็น 4 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก คือกลุ่มที่ศาลมีคำพิพากษาตัดสินแล้ว กลุ่ม 2 กลุ่มที่อยู่ในชั้นสอบสวน กลุ่ม 3 กลุ่มที่ทางโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสั่งรื้อถอน กลุ่ม 4 กลุ่มที่ขวางทางน้ำอาคารไม่มั่นคงปลอดภัยและที่เลือกดำเนินการกับกลุ่ม 1 กลุ่ม 3 ก่อน เพราะศาลตัดสินแล้ว และทางโยธาธิการฯมีการตรวจสอบอาคารไม่มั่นคงแข็งแรงขวางทางน้ำ ส่วนอื่นอยู่ในอันดับต่อไปที่จะถูกดำเนินการเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่ม 4 ยังมีการทาบทามนักวิชาการเข้าร่วมคณะทำงาน เพื่อให้มีการตรวจสอบก่อนจากนั้นจะมีการนำเข้าพิจารณาในคณะทำงานอีกครั้ง
ในขณะที่นายชิตกล่าวชี้แจงเพิ่มเติมถึงพื้นที่ป่าภูทับเบิกซึ่งมติ ครม.ปี 2505 และ 2509 ไดักันพื้นที่ออกจากป่าไม้ถาวร จัดตั้งเป็นนิคมสงเคราะห์ชาวเขา เพื่อให้สะดวกแก่การออกพระราชกฤษฎีกา โดยมติ ครม.ทั้ง 2 ฉบับมีเจตนารมณ์ให้กรมประชาสงเคราะห์เดิมพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชาวเขา แม้จะยังไม่มีการตรากฤษฎีกา แต่กรมก็ได้ดำเนินการมาตลอด
ต่อมานายกุญช์ภัสส์ได้หยิบยกคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 ขึ้นมาโต้แย้ง โดยแสดงความกังขาว่าทำไมประกาศไม่ครอบคลุมพื้นที่หมู่ 6 บ้านโจ๊ะโหวะ ต.บ้านเนิน ทั้งที่มีรีสอร์ตถูกจับกุมพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ต 2 แห่ง ได้แก่ ภูเอนกายและไร่สตรอเบอรี่ ซึ่งอยู่ในหมู่ 8 แต่ภายหลังถูกปรับเปลี่ยนให้ไปอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 ทำให้ไม่อยู่ในคำสั่ง หน.คสช.ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ตบ้านกลางหมอกรั้วอยู่ติดกับกับรีสอร์ตของตนแต่ไม่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม
201608081528045-20021028190322
ด้าน พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ศปป.4 กอ.รมน. กล่าวชี้แจงถึงเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/59 ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาภูทับเบิก ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน หากไม่รีบแก้ไขในรัฐบาลนี้ปัญหาจะบานปลายและในภายภาคหน้าแก้ไขลำบาก และคำสั่งฉบับนี้ก็ให้อำนาจหน้าที่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติ และเมื่อทุกคนได้รับมอบหน้าที่แล้วก็ต้องไปปฏิบัติตาม
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า ในเขตพื้นที่หมู่ 6 บ้านโจ๊ะโหวะใต้ ที่ไม่มีอยู่ในคำสั่ง หน.คสช.ฉบับนี้ ตอนส่งข้อมูลไม่ได้ผ่านตนแต่มีคณะทำงานฝ่ายกฎหมายดูแลอยู่ หากผ่านตนรับรองไม่รอด เพราะการแก้ไขปัญหาภูทับเบิกต้องแก้ส่วนนี้ด้วย เนื่องจากพื้นที่ติดต่อกันและเป็นเส้นทางขึ้นภูทับเบิกด้วย  ส่วนภูกำนันกายตนเป็นคนจี้ให้จับเอง โดยเป็นคนของรัฐแล้วทำไมเดี่ยวไปจับจีพีเอสให้ชัดเจน และไม่ใช่แค่ภูกำนันกายเท่านั้นแต่ต้องรีเช็กทั้งหมดที่มีการจับกุมไป ส่วนการเสนอเพิ่มเติมพื้นที่ต้องมีแน่นอนไม่งั้นแก้ข้างบนแต่มาโผล่ตีนภูทับเบิกอีก
“ไม่ต้องกังวลหากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการตรงไหน ผมจะดำเนินการให้โปร่งใส ในส่วนของภูกลางหมอกที่ติดกับโรงเตี้ยมรีสอร์ต ตรงนี้ผมก็มีการข่าวแต่อย่าลืมฝ่ายผู้กระทำผิดก็พยายามหาช่องทางหลบหลีกทุกอย่างจึงเป็นเรื่องยาก และต้องมีหลักฐานข้อมูลให้ครบถ้วนจึงเอาผิดได้ ไม่ใช่แค่รู้แล้วไปจับ เจ้าหน้าที่ก็สุ่มเสี่ยงในการปฏิบัติงานด้วย จึงอยากให้ติดตามต่อไปเพราะเพิ่งเริ่มทำงานตามคำสั่ง หน.คสช.ได้เพียงแค่เดือนเดียว จึงขอให้อดใจรอในรายที่ยังไม่เข้าสู่ขบวนการ ตอนนี้มีรายชื่อหมดแล้ว” พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว
ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เดินทางไปที่รีสอร์ตโรงเตี๊ยมบนภูทับเบิก โดยมีนายประจักษ์ มิยา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 38 นำคณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมติดตามไปด้วย ทั้งนี้ ร.ต.ต.พงศกรได้สอบถามนายประจักษ์ กรณีบ้านกลางหมอก ซึ่งได้รับการชี้แจงจากนายประจักษ์ว่าอยู่ระหว่างรอดำเนินการ หากจะจับกุมต้องรอเข้าประชุมก่อน  ในขณะที่นายกุญช์ภัสส์เจ้าของรีสอร์ตโรงเตี๊ยมพร้อมผู้ประกอบการ ยังพยายามจี้ให้นายประจักษ์จับกุมรีสอร์ตทั้งหมดโดยอ้างเรื่องความเสมอภาคจึงจะยอมรับได้