หน้าแรก ภูมิภาค มติยุบกองทุน ...

มติยุบกองทุน ทต.นาหว้า จ่อปรับปรุงโครงการ รับไม่เคยเชิญสมาชิกประชุม เตรียมตั้งใหม่ ม.ค.64

12.11.20 | 17:21 น.

สืบเนื่องจากนายสิทธิพงศ์ ไชยมงค์ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1, นายสมยศ วะชุม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2, สิบตรี จีระศักดิ์ ชาสงวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3, นางสาวพัชรี คำภูเงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 และนายปัญญา ไชยมงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.นาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม เป็นแกนนำชาวบ้านทั้ง 5 หมู่บ้าน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายทินกร ขันแก้ว นายอำเภอนาหว้า เพื่อขอให้ตรวจสอบกองทุนเงินออมวันละบาทของเทศบาลตำบลนาหว้า (ทต.นาหว้า) เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นคณะกรรมการชุดปัจจุบัน เกรงว่าบริหารงานไม่โปร่งใส โดยมีการยื่นหนังสือพร้อมแนบรายชื่อสมาชิกกองทุนฯกว่า 200 ราย ณ ที่ว่าการอำเภอนาหว้า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ่าเอก นิสสัน ไชยวรรณ ปลัดเทศบาลตำบลนาหว้า ปฏิบัติราชการแทนนายก ทต.นาหว้า ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชน ทต.นาหว้า เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการที่มีทั้งหมด 29 คน ณ ห้องประชุมชั้น 3 โดยมี นายทินกร ขันแก้ว นายอำเภอนาหว้า นางสาวแสงดาว อารีย์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม เข้าร่วมรับฟังการรายงานชี้แจงรายรับ รายจ่าย จากนางอธิภัทร ภมรสูตร ผู้อำนวยการกองคลัง ทำหน้าที่เหรัญญิกกองทุนฯ เปิดสมุดรายรับ-รายจ่าย ตั้งแต่ปี 2554 แจงรายละเอียดโดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตอนหนึ่ง นางอธิภัทรตำหนิกรรมการ คือนายประยูร วะชุม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.นาหว้า ที่ไปให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่ากองทุนมีเงินคงเหลือเพียง 4,745 บาท พร้อมชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้กองทุนมีเงินอยู่ 3 ล้าน 6 แสนบาท ส่วนที่มีเงินคงเหลือสี่พันกว่าบาทนั้น เป็นบัญชีส่วนตัวของกรรมการคนหนึ่ง ภายหลังเก็บเงินรายปีจากสมาชิกแล้ว ได้นำเข้าบัญชีส่วนตัว โดยอ้างว่าเพื่อสะดวกในการเบิกจ่ายกรณีมีสมาชิกเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล ภายหลังกรรมการคนนั้นได้นำบัญชีดังกล่าวมาส่งคืนตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นมีกรรมการผู้ทำหน้าที่เลขาฯ กล่าวว่า หลังประชุมคราวใดได้ให้คณะกรรมการนำวาระการประชุมไปบอกแก่สมาชิกให้ทั่วถึงด้วย หรือออกเสียงตามสายในหมู่บ้าน แต่ไม่ทราบไปสื่อสารอย่างไรจึงเกิดปัญหาขึ้นได้ เหตุที่ไม่เชิญสมาชิกประชุมเลยตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนเพราะเห็นว่าโครงการไปได้สวยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องประชุม

ขณะที่ จ.อ.นิสสันกล่าวว่า กองทุนสวัสดิการถือเป็นต้นแบบของหลายๆ กองทุน ที่ทำงานกันอย่างโปร่งใส ตนเคยไปบรรยายเกี่ยวกับโครงสร้างกองทุนแห่งนี้ในหลายจังหวัด ทุกคนยอมรับว่าเป็นโครงการที่ดี เหตุที่มีปัญหาเพราะสื่อสารกันไม่เข้าใจ ยอมรับว่ามีสมาชิกขอลาออกแล้วหลายร้อยคน ปัจจุบันมียอดคงเหลืออยู่ที่ 1,600 ราย

Advertisement

จ.อ.นิสสันกล่าวต่อว่า เมื่อสมาชิกไม่ไว้วางใจแล้ว ก็จะขอมติในที่ประชุมเพื่อยุบกองทุนฯดังกล่าว อ้างเหตุผลว่าหลังเคลียร์ปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็จะจัดตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ในเดือนมกราคม 2564 โดยกำหนดไว้ว่าหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563 จะคืนเงินแก่สมาชิกให้ครบทุกราย และอนุโลมสมาชิกที่ขาดส่งระหว่างปี 2562-63 ให้มีสิทธิรับเงินคืนด้วย

ขณะที่นายพศิน เฉลียวไว เลขาสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครพนม กล่าวชื่นชมกองทุนสวัสดิการว่า มีความเข้มแข็งและโปร่งใสมาก จึงฝากให้ผู้สื่อข่าวนำเสนอให้ถูกต้อง การแก้ไขปัญหานี้ไม่ใช่เป็นการยุบกองทุน แต่เป็นการปรับปรุงโครงการ

ทั้งนี้ กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลนาหว้า เดิมมีชื่อว่ากองทุนออมวันละบาท ก่อตั้งเมื่อปี 2554 โดยความร่วมมือจากคนในชุมชน ดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ในกรณีเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีกติกาให้สมาชิกจ่ายเงินเป็นรายปี คือ 365 บาท ขณะที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครพนม (พมจ.) สมทบช่วยอีกวันละ 1 บาท และเทศบาลตำบลนาหว้า (ทต.) เจ้าของโครงการควักสมทบอีกวันละ 1 บาทเช่นกัน เท่ากับว่าสมาชิกได้ออมวันละ 3 บาท จึงมีผู้สมัครเป็นสมาชิกในโครงการดังกล่าว ประมาณ 2,000 กว่าราย

ปัญหาเกิดประมาณปี 2560 สมาชิกเริ่มไม่เชื่อมั่นในการบริหารจัดการของคณะกรรมการ อีกทั้งไม่เคยเรียกประชุมสมาชิกแม้แต่ครั้งเดียว การแก้ไขระเบียบข้อบังคับสมาชิกไม่เคยรับทราบ จะรู้กันแต่ในกลุ่มคณะกรรมการเท่านั้น เมื่อยื่นขอลาออกจากการเป็นสมาชิกก็ยินยอมให้ออกแต่จะไม่ได้เงินคืน จึงทำให้สมาชิกเชื่อว่าการเงินของกองทุนฯมีปัญหา แม้คณะกรรมการจะอ้างอย่างไรก็ไม่มีใครไหนฟัง