เริ่มฤดูปลอดเผา “ธรรมนัส”ไปเองขับรถไถโชว์ดู ทางผันน้ำโขงเลี้ยงกว๊านพะเยา
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ทุ่งนาเขตหมู่บ้านปง หมู่ 6 ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเป็นประธานในพิธีมอบนโยบายการทำเกษตรปลอดการเผา และมอบเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรในพื้นที่จำนวน 40 ราย โดยนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายสงัด บูรณภัทรโชติ นายอำเภอเวียงชัย นายธรรมนูญ แจ่มศรี เกษตรและสหกรณ์ จ.เชียงราย นายนาวิน อินทจักร เกษตร จ.เชียงราย
นายมณู วงศ์สุนทร ปฏิรูปที่ดิน จ.เชียงราย และนายสุภาพ แก้วละเอียด ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงราย นำประชาชนเข้าร่วมครบครัน ขณะที่ในปัจจุบัน จ.เชียงราย ได้ใช้มาตรการออกประกาศ ขอความร่วมมือประชาชนได้งดการเผาในที่โล่งแต่ยังไม่ได้ห้ามการเผาแต่คาดว่ามาตรการจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนี้ไปจนถึงกลางปีหน้า
กิจกรรมมีการจัดนิทรรศการและเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการทำการเกษตรโดยไม่ใช้การเผา เช่น การไถ การใช้น้ำหมักชีวภาพ การเพาะเห็ด ฯลฯ และ ร.อ.ธรรมนัส ได้นำร่องตีระฆังเพื่อเริ่มต้นหรือ Kick off ฤดูกาลปลอดการเผา และมอบป้ายชุมชนปลอดการเผาให้กับชุมชนต่างๆ จำนวน 19 ป้าย ฯลฯ ซึ่งทาง ร.อ.ธรรมนัส ได้ทำการขับรถไถนาเพื่อทำการไถกลบสาธิตบนแปลงนาข้าวที่เตรียมจะทำการปลูกข้าวและใส่น้ำหมักชีวภาพเพื่อให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกด้วย
นอกจากนี้ในโอกาสเดียวกันนายบุญเกิด ร่องแก้ว ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอาทิตย์ บุญรอด ผู้อำนวยการส่วนนำเจ้าหน้าที่นำเสนอผลการปฏิบัติการที่ผ่านมาหลายเรื่อง เช่น การบริหารจัดการน้ำโดยนำเสนอการแนวนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส ที่จะผันน้ำจากแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย ไปยังกว๊านพะเยา จ.พะเยา
โดบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดจุดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ท่าเรือ อ.เชียงแสน ซึ่งเป็นจุดที่น้ำลึกที่สุดก่อนจะผันน้ำไปพักที่หนองน้ำเขต อ.แม่จัน และหนองหลวง อ.เวียงชัย ก่อนไปยังหนองฮ่าง อ.พาน-หนองเล็งทราย จ.พะเยา สุดท้ายผันลงสู่กว๊านพะเยาตามลำดับ
จากนั้นน้ำก็จะไหลกลับไปตามแม่น้ำอิงและลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป สำหรับกรณี จ.เชียงราย นั้นมีโครงการพัฒนาหนองหลวง อ.เวียงชัย มีเนื้อที่ประมาณ 8,600 กว่าไร่ อยู่ในพื้นที่ ต.ห้วยสัก อ.เมืองเชียงราย ประมาณ 6,000 กว่าไร่ ต.เวียงขัย ประมาณ 1,000 ไร่ และ ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย ประมาณ 1,600 ไร่ ที่ผ่านมามีสภาพตื้นเขินจน ไม่สามารถใช้เพื่อการเกษตรได้ทำให้มีความต้องการขุดลอกซึ่งได้แบ่งพื้นที่ขุดลอกออกเป็นหลายจุดปัจจุบันโครงการทั้งหมดอยู่ระหว่างดำเนินการ.

