ฝึกประสบการณ์ชีวิต ผ่านจิตอาสา มช.-มข. ผนึกกำลังร่วมพัฒนาชนบท

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มุ่งเน้นการสร้างนักศึกษาให้มีอัตลักษณ์มุ่งผลเพื่อรับใช้สังคม ตามค่านิยมของมหาวิทยาลัย งานอาสาสมัครจึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้นักศึกษามีโอกาสนำความรู้ความสามารถไปช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังผลตอบแทน และเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับชุมชน องค์กร หน่วยงานแบบบูรณาการ ดังเช่นเครือข่ายความสัมพันธ์ด้านอาสาสมัครระหว่างนักศึกษามช. และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ภายใต้โครงการค่ายอาสาร่วมพัฒนาชนบท มช.-มข.

ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านอาสาพัฒนาและบำเพ็ญประโยชน์ นับเป็นประเพณีที่ทั้งสองมหาวิทยาลัยจัดต่อเนื่องร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 29 ปี โดยสลับสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพทุกๆ ปี ซึ่งในปีนี้มช. เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม มีนักศึกษาเข้าร่วมจำนวน 80 คน ร่วมกันสร้างอาคารอเนกประสงค์ พัฒนาพื้นที่วัด และร่วมเป็นเจ้าภาพถวายผ้าป่า แด่วัดป่าวิสุทธิญาณมงคล สาขาวัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวง ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา

ค่ายร่วมอาสาพัฒนาชนบท มช.-มข. เป็นกิจกรรมที่นักศึกษาให้ความสนใจ ได้ใช้เวลาว่างร่วมกันเป็นระยะเวลาประมาณ 5 วัน เพื่อพัฒนาตนเองในด้านจิตอาสาและการฝึกทักษะในด้านต่างๆ โดยกิจกรรมในค่ายจะมีการแบ่งฝ่ายเพื่อกำหนดหน้าที่ตามความถนัดของน้องๆ เช่น ฝ่ายเกษตร ฝ่ายโยธา ฝ่ายโภชนาการ ฝ่ายสันทนาการ เพื่อดำเนินการตามเป้าประสงค์ที่วางไว้ ทั้งการพัฒนาพื้นที่วัด ช่วยชุมชนสร้างอาคารอเนกประสงค์รวมถึงช่วยจัดเตรียมโรงทานและร่วมเดินทอดกฐินกับชาวบ้าน ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ได้สัมผัสวัฒนธรรม ประเพณี ได้เห็นสภาพความเป็นจริง และเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างพื้นที่สุขภาวะที่เหมาะสมกับท้องถิ่นนั้น ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชน อันจะก่อให้เกิดความรักความผูกพัน ความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะอีกด้วย


นายโสภณัฐ ขอสวัสดิ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ ปี 3 มช. กล่าวว่า ปีที่แล้วมีคนพูดว่า ค่ายนี้เป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตของพวกเขา ผมไม่เคยเข้าใจคำนั้นเลยจนกระทั่งวันนี้ ขอบคุณทุกคนที่มาเติมไฟในการใช้ชีวิตให้เรา ค่ายอาสาเราเข้าไปพัฒนาชุมชนก็จริง แต่จริงๆ แล้วกลับเป็นตัวชุมชนเองมากกว่า ที่ให้โอกาสเราได้เข้าไปพัฒนา รวมถึงตัวเองด้วยครับ รู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ได้ออกไปทำอะไรแบบนี้ และเชื่อว่าระหว่างนักศึกษากับชุมชนคงได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจากกันและกัน ไม่มากก็น้อยครับ


นายพชรพล อินทร์คำน้อย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ปี1 มข. กล่าวว่า ค่ายอาสาพัฒนาชนบท ทุกหยาดหยดหลอมรวมนักศึกษา รั้วสีม่วงแซมสีอิฐจิตนำพา สร้างสรรค์ค่าพัฒนาสู่สังคม อบอุ่นและรู้สึกภูมิใจมากๆ ในขณะเดียวกันชุมชนก็ให้อะไรหลายๆ อย่างกลับมา มิตรภาพน้ำใจไมตรี ความอัธยาศัยดี มันความรู้สึกปริ่มในใจครับ นี่อาจเป็นที่มาว่าของคำว่า สุขใจที่ได้ทำ สุขใจที่เราเป็นส่วนเล็กๆ ที่สามารถทำอะไรให้สังคม แม้จะเพียงน้อยนิดแต่ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น


นส.พิมพ์ชนก อัสเเสง คณะการสื่อสารมวลชน ปี2 มช. กล่าวว่า รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำ เหมือนได้ทำงานที่เราไม่เคยได้ทำและได้พูดคุยกับคนในชุมชนให้เรารู้วัฒนธรรมที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ในปีนี้หนูเป็นหัวหน้าฝ่ายสันทนาการ บอกเลยว่าสนุกและเหนื่อย การทำงานครั้งนี้คงไม่สำเร็จถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือจากทุกคน คงไม่มีเกมส์ให้เล่น ไม่มีกีฬาสี เพราะคงทำด้วยตัวเองไม่ได้ กิจกรรมสนุกๆ เกิดขึ้นได้เพราะทุกคนที่คอยให้ความช่วยเหลือ อยากจะขอบคุณทุกๆคนจริงๆ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตระหนักดีว่า โครงการจิตอาสานับเป็นบทเรียนสำคัญนอกรั้วมหาวิทยาลัย ที่ทำให้นักศึกษาได้เห็นว่าการร่วมกันทำความดีเป็นอย่างไร ได้มองเห็น สัมผัส และซึมซับด้วยตนเอง แล้วยังพิสูจน์ให้เห็นว่าระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรค จากอีสานมาเหนือ หรือเหนือไปอีสาน ทุกคนต่างพร้อมมุ่งสู่เป้าหมายภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงการผลิตบัณฑิตที่พึงประสงค์คือ มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสาธารณะ อันจะเป็นพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนในการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุรัสวดี กวาด3ทอง ศึกยกเหล็กเยาวชนไทย เผยมี จอมพลังฮีโร่วันดี เป็นต้นแบบ
บทความถัดไปดาวกับดวง วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2563 โดย พิมพ์พรร (คลิป)