หนุ่มพยายามช่วยสาวคู่กรณี จยย.ล้ม ลงมาโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถ คันหลังไม่เห็น ชนซ้ำ สาวดับคาที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน ร.ต.อ.กรีฑาพล มีมุก รอง สว.สส.(สอบสวน) สภ.นายายอาม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บนถนนสุขุมวิท ขาเข้าเมือง บริเวณหน้าสวนกุลพัฒน์ พื้นที่หมู่ 6 ต.วังใหม่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนรถยนต์คันก่อเหตุหลบหนี

หลังรับแจ้งได้วิทยุแจ้งตำรวจตู้ยามและสายตรวจใกล้เคียง ตรวจสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัย ทั้งถนนสายหลักและสายรอง ก่อนพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เดินทางตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุ พบศพ น.ส.ชมพูนุช พร้อมพรรค อายุ 32 ปี ชาว ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี นอนหงายเสียชีวิตอยู่กลางถนน ห่างกันเล็กน้อยพบรถจักยานยนต์ยามาฮ่า นูโว สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน ขษษ 401 ระยอง อยู่ในสภาพถูกชนกระเด็นตกลงไปในร่องน้ำข้างทางพังเสียหาย

โดยในที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กต 1384 จันทบุรี จอดอยู่ข้างทาง สภาพประตูฝั่งด้านซ้ายมีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย โดยมีนายอัษพงษ์ จันทวี อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นคนขับ ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวนของ ร.ต.อ.กรีฑาพล มีมุก ร้อยเวรเจ้าของคดี เบื้องต้นได้สอบปากคำนายอัษพงษ์ ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งคู่กรณีคันแรก และเห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถมาจากกรุงเทพฯ กำลังเดินทางกลับบ้านที่จันทบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ขับรถอยู่ในทางเลนขวาได้มีรถจักรยานยนต์สาวคู่กรณี ขี่เปลี่ยนเลนกะทันหันขึ้นมาขนาบคู่ด้านซ้ายรถยนต์ของตนเอง ซึ่งก็ได้พยายามหักหลบไปทางขวาแต่ไม่พ้น

นายอัษพงษ์กล่าวว่า จากนั้นได้ยินเสียงโครมดังมาจากข้างรถ จึงได้ชะลอจอดรถข้างทาง และรีบลงมาดู พบว่ามีคนนอนอยู่กลางถนน ซึ่งตนเองจึงได้รีบพยายามใช้มือโบกรถส่งสัญญาณให้รถที่ขับตามหลังมาให้หลีกเลี่ยง แต่ไม่ทัน เนื่องจากมีรถหลายคันและขับมาด้วยความเร็ว ประกอบกับบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด ทำให้มีรถยนต์คันหนึ่ง ไม่ทราบรุ่นและทะเบียน ขับพุ่งชนร่าง น.ส.ชมพูนุช เข้าอย่างเต็มแรง จนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว ส่วนรถยนต์คันที่ก่อเหตุได้เร่งเครื่องขับหลบหนีไปทันที

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นทางร้อยเวรเจ้าของคดีได้ทำการตรวจสอบ และถ่ายภาพร่องรอยในที่เกิดเหตุ บันทึกไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกันนี้ได้เชิญตัวคนขับรถคู่กรณีมาสอบปากคำเพิ่มเติม ในการสรุปสาเหตุที่แน่ชัด พร้อมกันนี้จะได้ดำเนินการสืบสวน ติดตามรถยนต์คันที่ก่อเหตุ และยังหลบหนี มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อย่าเชื่อ! ข่าวปลอม กินอาหารค้างคืน-อุ่นซ้ำ เสี่ยงมะเร็ง
บทความถัดไปททท.ร่วมจังหวัดระนองเปิดบ้าน ชวนนทท.เช็คอินถนนสตรีทอาร์ท