เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่จ.ศรีษเกษ นายสุรศักดิ์ ศิริบุญ หัวหน้าพรรคพลัง น.ส.อัญชิสา เทพทับทิมทอง เลขาธิการพรรค นายชัยพัชญ์ โชติชัยธนเสฐ โฆษกพรรค นางผุสดี กลิ่นทอง(อาจารย์เป้า สิงห์บุรี) นายทะเบียนพรรค พล.ต.ชอบ ตระกูลสม ประธานที่ปรึกษา นายอุดมเกียรติ ปานมี รองหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ นางอัญชลี เทพวงษาหรือแอ๊ว ศรีษะเกษ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน จัดประชุมสัญจรภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยพบปะแกนนำพรรคระดับภาค แกนนำระดับจังหวัด 20 จังหวัด
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ทางพรรคพลังจะขยายฐานมวลชนไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในการประชุมสัมมนาวันนี้ได้มีตัวแทนแต่ละจังหวัดนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลปฎิบัติ แก้ปัญหาความยากจน ซึ่งตรงกับคำขวัญของพรรคที่ว่า “เท่าเทียม ทั่วถึง ทันที”แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทั่วถึง และนำนโยบายไปปฏิบัติได้ทันที ทั้งนี้ ไม่ขัดต่อยุทธ์ศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยภาคอีสาน 20 จังหวัด มีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผลิตเป็นสินค้าเกษตร และปลูกข้าว แต่ปัญหาผลผลิตไม่คุ้มราคาทุน ทำให้เกษตรกรขาดทุน ทำให้เกษตรเป็นหนี้สินจำนวนมากเพราะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การยกระดับราคาสินค้าเกษตรเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเป็นกลไกตลาดที่ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ การสร้างตลาดกลางสินค้าและการเข้าถึงราคาสินค้าเกษตรเป็นตัวแปรสำคัญ

โฆษกพรรคพลัง กล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 60 มาตรา 162 ก่อนคณะรัฐมนตรีจะบริหารประเทศ จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายออกคนละครึ่ง รัฐเอาภาษีประชาชนจำนวนมากไปแจก เป็นนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาหรือไม่ ขัดต่อนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีหรือไม่ อย่างไร เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ยั่งยืน ต้องสร้างอาชีพให้มั่นคง ระยะยาว ประเทศพัฒนา ประชาชนมั่งคั่ง ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายกฯ แถลงการณ์ว่าจะจัดการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดกับนิสิต นักศึกษาและน้องๆที่ชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เห็นว่า ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ควรเอาเวลามาแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนดีกว่า เพราะคนตกงานจำนวนมาก

