วันที่ 11 สิงหาคม เมื่อเวลา 09.00 น.ชาวบ้านปิน หมู่ 4 ต.บ้านปิน อ.ลอง จ.แพร่ ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนในจังหวัดแพร่ หลังพบเห็นเจ้าหน้าที่เหมืองแร่วูลแฟรมของบริษัท เอส.ซี ไมนิ่ง จำกัด เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และนายสมศักดิ์ วงศ์หลวง นายกเทศมนตรีตำบลบ้านปิน เข้าสำรวจพื้นที่ติดทางรถไฟตรงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 1023 (แพร่-บ้านปิน) ซึ่งเป็นชุมชนบ้านปินมีการปักแนวเขตสร้างทางสายใหม่ให้กับบริษัทเหมืองแร่แห่งนี้ ในวันที่ 1 และวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยที่ชาวบ้านยังไม่ทราบเนื่องจากยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ตามกฎหมายแต่อย่างใด
โครงการสร้างทางลำเลียงแร่ออกจากเหมืองแร่วูลแฟรมของบริษัท เอส.ซีไมนิ่ง จำกัด นี้ นายประทีป ศิริคำน้อย อายุ 59 ปี กล่าวว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านปินไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะมีการตัดเส้นทางจากเหมืองในป่าบริเวณหมู่ 3 ออกมาสู่ถนนใหญ่ ทางหลวงหมายเลข 1023(แพร่ –ลอง ) เพื่อใช้เป็นทางวิ่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ลำเลียงแร่ออกจากเหมือง ผ่านชุมชน เนื่องจากยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์หรือแจ้งให้ชาวบ้านทราบแต่อย่างใด แต่มีการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัททำเหมือง และทางการรถไฟจะให้เช่าที่ดินเลียบทางรถไฟ ซึ่งพบว่ามีการซื้อที่นาบางแห่งเพื่อการสร้างถนนไปแล้วนั้น ทำให้ชาวบ้านเกรงว่า ถนนดังกล่าวจะสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมมีวิถีชีวิตและเศรษฐกิจอยู่ที่ริมถนนสายแพร่ – ลอง จึงได้รวมตัวกันทำหนังสือประท้วงไปยัง องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านปิน โดยยื่นให้กับนายสมศักดิ์ วงศ์หลวง นายกเทศมนตรีบ้านปิน ยื่นที่นายอำเภอลอง ยื่นให้กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ และ ล่าสุดได้ยื่นไปยังผู้ประกอบการให้ยุติโครงการดังกล่าว พร้อมควรหารือชุมชนในการสร้างทางไม่ใช่ว่าจะทำตามอำเภอใจ ชาวบ้านถือว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่ใช่ว่าใครจะทำอะไรก็ได้ถ้ามีเงิน
นายประทีปกล่าวอีกว่า ชาวบ้านปินได้รวมตัวกันและต้องการให้ทางราชการออกมาเปิดเผยถึงโครงการดังกล่าวดำเนินการถึงไหนอย่างไร โดยชาวบ้านยืนยันให้ยุติโครงการที่ผ่านชุมชนโดยเด็ดขาด แต่ขณะนี้ทางราชการยังคงไม่ให้ข้อมูลต่อชุมชน ทำให้ชุมชนเป็นกังวลว่าถ้าสร้างไปแล้วจะแก้ไขอะไรไม่ได้ อย่างไรก็ตามถ้ายังไม่มีการให้ข้อมูลและทางบริษัทยังดำเนินการต่อ ชาวบ้านจะรวมตัวครั้งใหญ่ไปที่ศาลากลางจังหวัดแพร่ ในเร็วๆ นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางบริษัททำเหมือง ได้เปิดเผยว่า เส้นทางเดิมที่ใช้เป็นทางส่วนบุคคลขณะนี้ไม่สามารถใช้ได้ จึงคิดทำทางใหม่ โดยกำหนดไว้สองแนวทาง คือ ทางออกกลางชุมชนบ้านปิน และ เส้นที่สองคือ ออกจากป่าเลี่ยงชุมชนตัดลงทุ่งนาไปที่เส้นทางรถไฟและเช่าการรถไฟตัดออกถนนใหญ่ แต่โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างใด ซึ่งชาวบ้านไม่เชื่อเนื่องจากมีการเจรจาซื้อที่ดินชาวบ้านและมีการขอเช่าพื้นที่ของการรถไฟไปแล้วโดยมีตัวแทนจากการรถไฟเข้ามาดูพื้นที่เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เส้นทางทั้งหมดยังอยู่ในชุมชนบ้านปินและบ้านหัวตากล้า ชาวบ้านไม่ยินยอมโดยเด็ดขาด แต่ถ้าจะมีทางออกอย่างไรทางบริษัทน่าจะหันมาพูดคุยกับชุมชนต่อไป

