เปิดด่านเจดีย์ 3 องค์วันที่ 2 คึกคัก เอกชนอ้อนขอเปิดเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 2 วัน (ชมคลิป)

เปิดด่านเจดีย์ 3 องค์วันที่ 2 คึกคัก เอกชนอ้อนขอเปิดเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 2 วัน

เปิดด่านผ่อนผันให้ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ผ่านจุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ วันที่ 2 คึกคัก ด้านผู้ประกอบการเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มวันผ่อนผันให้ขนถ่ายสินค้า สัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อได้

จากการที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี โดย นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ผ่อนปรนให้มีการนำเข้า-ส่งออกสินค้า สินค้าอุปโภค บริโภค และปศุสัตว์ สัตว์น้ำ สัตว์บก และสัตว์ปีกทุกชนิด สินค้าทางการเกษตร และสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันทุกประเภท ยกเว้นยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทุกวันพุธและพฤหัสบดี ในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน โดยให้เปลี่ยนถ่ายสินค้าในลักษณะท้ายชนท้าย ณ จุดผ่อนชั่วคราวทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ที่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขด้านสุขอนามัยในการคัดกรองผู้ติดเชื้อ การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัย หรือหลัก Social distancing ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 นั้น

ล่าสุดเช้าวันนี้ 26 พ.ย.63 ที่บริเวณ ซ.พาณิชย์ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างไทย-เมียนมา และเป็นจุดที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ขนถ่ายสินค้า ในลักษณะท้ายชนท้าย โดยรถที่ขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการทั้งไทยและเมียนมา นำรถยนต์มาชนท้ายเพื่อทำการขนถ่ายสินค้า มีรถบรรทุกของผู้ประกอบการมารอบรรทุกสินค้าและรอนำสินค้าส่งออกจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรสังขละบุรี เจ้าหน้าที่ทหารหน่วย ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และตำรวจ มาเฝ้าตรวจตราและดูแลความเรียบร้อย ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยวันนี้เป็นวันที่ 2 ของการผ่อนปรนตามมารการดังกล่าว พบว่า บรรยากาศคึกคักกว่าเมื่อวานนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการผ่อนปรน โดยมีการนำเข้าหัวหอมจากพม่าจำนวน 20 ตัน พร้อมไม้ไผ่จำนวนหนึ่ง ขณะที่ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภค ได้ทำการส่งออกสินค้าจำนวน 5 คันรถบรรทุก โดยผู้เกี่ยวข้องทุกคนสวมหน้ากากอนามัย และเจ้าหน้าที่ทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อรถทุกคันที่ผ่านเข้าออกพื้นที่ เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อ

ขณะที่บริเวณ ซ.เกษตร 11 ซึ่งเป็นจุดที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ในการนำเข้าสินค้าจำพวกโคและกระบือ จากเมียนมา และนำออกสินค้าจำพวกสัตว์น้ำ สัตว์บกและสัตว์ปีก โดย นายไข่ ไม่มีนามสกุล ผู้ประกอบการนำเข้าโค-กระบือ เผยว่า วันนี้มีการนำเข้าโคและกระบือจากเมียนมา กว่า 170 ตัว โดยเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์กาญจนบุรี ได้เข้ามาทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ โคและกระบือทุกตัวที่นำเข้า ก่อนจะมีการต้อนโค-กระบือทั้งหมดไว้ในคอกกักสัตว์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจเลือดหาเชื้อต้องห้ามและทำการกักโรค เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนอนุญาตให้ทำการเคลื่อนย้ายต่อไป

ด้านนายวิทยา พงศ์อาจิณ เจ้าของบริษัท ไทยอินเตอร์ฮอเนต เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การทำธุรกิจการค้าชายแดนดีมาก โดยสามารถส่งออกสินค้าได้ทุกวัน แต่ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงเดือนมิถุนายน ไม่สามารถทำการค้าขายได้เลย และหลังจากนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ก็ได้มีการผ่อนปรนให้นำเข้าและส่งออกสินค้าได้ 2 ครั้ง และล่าสุดอนุญาตให้นำเข้า-ส่งออกสินค้า ทุกวันพุธและพฤหัสบดี ในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน แต่อย่างไรก็ตามหากทางจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มวันผ่อนผันให้ขนถ่ายสินค้าได้สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันอังคารและวันพฤหัสบดี ก็จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมา ผ่านจุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์ จากข้อมูลของศุลกากรสังขละบุรี พบว่า ในปี 2562 ไทยส่งสินค้าออก จำนวน 354.91 ล้านบาท นำเข้า 72.25 ล้านบาท ในปี 2563 นี้ ไทยส่งออก 322.96 ล้านบาท นำเข้า 69.69 ล้านบาท หากไม่เกิดวิกฤติโควิด -19 การค้าขายชายแดนด้านนี้จะมีมูลค่ามากกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันสินค้าไทยกำลังเป็นที่ต้องการของเมียนมา ประกอบการการขนส่งสินค้าผ่านช่องทางนี้สะดวกสบายและมีระยะทางที่ใกล้ ลดต้นทุนในการขนส่ง ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันกับสินค้าจากพื้นที่อื่น หากรัฐบาลให้ความสนใจและพัฒนาการค้าชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์อย่างจริงจัง จะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งไทยและเมียนมาดีขึ้น มูลค่าการค้าจะสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกหลายเท่าตัว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เกรียนเขียนบอล By เอคูสติก : ตำนานลูกหนังในคราบแบดบอย
บทความถัดไปผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการเหล่ากาชาด ลงพื้นที่เยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบอัคคีภัย และวาตภัย