ชายวัย 54 ปั่นจักรยานไกลหลายสิบ กม. ติดป้ายฟ้องสังคม น้องสาวโกงที่ดินพ่อวัย 92 วอนช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณถนนสุขุมวิทขาเข้าสัตหีบ ช่วงตรงข้ามอันเดอร์วอเตอร์ เวิล์ด พัทยา จ.ชลบุรี หลังทราบว่ามีชายไทยอายุมากปั่นจักรยาน 2 ล้อ โดยมีป้ายติดอยู่ที่จักรยาน อาทิ โดนโกงหมดเนื้อประดาตัวถูกทอดทิ้งไร้คนช่วย, ผู้เฒ่าชราโดนโกงหมดตัวถูกทอดทิ้ง พร้อมกันนี้ยังเขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย ก่อนจะพบกับนายไตรทิพ มาลีวงษ์ อายุ 54 ปี จอดรถจักรยาน 2 ล้ออยู่ริมป่าข้างทาง เพราะไม่สามารถปั่นไปต่อได้ เนื่องจากมีอาการจะเป็นลม เพราะตัวเองก็สุขภาพไม่ดี

​นายไตรทิพเล่าว่า ตนเองปั่นจักรยานจากบ้านมาหลายสิบกิโลเมตร ต้องการให้คนเห็นและนำไปแชร์ลงโซเซียล ต้องการให้ผู้สื่อข่าวเห็น เพราะพ่อตนเองที่มีอายุมากถูกลูกโกงที่ดินและไม่เหลียวแล ทั้งนี้ ตนเคยร้องไปหน่วยงานหลายที่ ไม่ว่าจะเป็น สภ.ห้วยใหญ่ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอบางละมุง แม้กระทั่ง ส.ส.ก็มาแล้ว แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ซึ่งเรื่องดังกล่าวเกิดมาแล้วเกือบ 3 ปี วันนี้เลยตัดสินใจปั่นจักรยาน 2 ล้อออกมา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะปั่นไปถึงไหน เพียงแต่อยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ

​นายไตรทิพกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในปี 2561 โดยนายชุบ มาลีวงษ์ หรือพ่อของตน ปัจจุบันอายุ 92 ปี ถูกน้องสาวของตนโกงที่ดินซึ่งที่ดังกล่าวเป็นของพ่อ กับแม่ หรือนางบุญชู มาลีวงษ์ อายุ 71 ปี เสียชีวิตไปเมื่อปี 61 อย่างไรก็ตาม ที่ดินดังกล่าวมีพื้นที่ประมาน 2 งาน อยู่ในพื้นที่บ้านมาบฟักทอง ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปัจจุบันมีบ้านอยู่ 1 หลัง แต่ทางน้องสาว คือนางสาวจรรยา มาลีวงษ์ ไม่ให้พ่อเข้าไปอยู่ ทั้งๆ ที่ที่ดินก็เป็นชื่อของพ่อ ปัจจุบันตนเองก็ดูแลพ่อเท่าที่จะดูแลได้ จนหมดเนื้อหมดตัวเพราะไม่มีรายได้เข้ามา อยากให้บ้านและที่ดินผืนดังกล่าวคืนให้พ่อเท่านั้น

​นายไตรทิพกล่าวอีกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องมาได้ไปแจ้งความลงบันทึกไว้ที่ สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.61 โดยมีหนังสือมอบอำนาจจากนายชุบ พ่อของตนเอง รวมทั้งพ่อก็เขียนหนังสือระบายความในใจด้วยลายมือของตนเองมีใจความว่า “ขอความเป็นธรรมให้ผมด้วย ผมมีฐานะอยากจน ไม่สามารถจ้างทนายได้ โดยนางจรรยาลูกสาวแอบเอาที่ดินไปขาย พอเรื่องแดงขึ้นก็เกิดพาล ไม่พอใจ มาบุกรุกบ้านองตน ตนเองต้องการให้ทนายหรือคนที่สามารถช่วยเหลือได้ฟ้องเอาที่ดินคืนมา ซึ่งตนนั้นมีอายุมากแล้ว และมีโรคประจำตัวหลายโรค”

นายไตรทิพกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้หน่วยงานที่สามารถช่วยเหลือได้เข้ามาช่วยเหลือ เพราะพ่อเดือดร้อนมาก นอกจากนั้น เคยไปขอความช่วยเหลือ ส.ส.ในพื้นที่ก็ได้แต่รับปาก แต่เรื่องก็เกิดขึ้นมาเกือบ 3 ปี แล้วยังไม่มีอะไรคืบหน้า จึงตัดสินใจปั่นจักรยาน 2 ล้อเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพ่อตนเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้อ่านมติชน 78.3% เห็นว่าการเลือกตั้งอบจ.ทั่วประเทศที่มีการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างน้อย ‘มีผล’ ต่อการออกไปใช้สิทธิ
บทความถัดไป‘หมอวรงค์’ ขึ้นปราศัยหนองคาย ชี้นักการเมืองเป็นปัญหาของประเทศ ต้องปฏิรูป