กัมพูชา พบติดโควิด-19 เพิ่มอีก พบเป็นผบ.เรือนจำ บันเตียเมียนเจย ฮุนเซนฯ สั่งสอบสวนโรคด่วน

กัมพูชา พบติดโควิด-19 เพิ่มอีก พบเป็นผบ.เรือนจำ บันเตียเมียนเจย ฮุนเซนฯ สั่งสอบสวนโรคด่วน

สระแก้ว- กัมพูชางานเข้า การ์ดตกยก 3 พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลายรายด้วยกันและหนึ่งในนั้นเป็นภรรยาของผู้บัญชาการเรือนจำที่อยู่ติดกับชายแดนไทยทางด้านจังหวัดสระแก้ว ขณะที่สมเด็จฮุนเซ็นฯออกแถลงการณ์ด่วนสั่งติดตามไทม์ไลน์ผู้ที่ติดเชื้ออย่างเร่งด่วน

ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก (ด่านพรมแดนอรัญประเทศ) อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ประจำจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อย 1201 นำอุปกรณ์วัดความร้อนตามร่างกายเข้าทำการคัดกรองอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา ที่ใช้รถยนต์เดินทางข้ามชายแดนเข้ามาตรวจสอบสินค้าของตนในตลาดโรงเกลือวันละไม่เกิน 100 คน โดยก่อนที่จะเดินทางข้ามชายแดนเข้ามาตลาดโรงเกลือฝั่งไทย บรรดากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าต่างก็จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่นายกฮุนเซ็นฯออกแถลงการณ์ด่วน พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศกัมพูชาหลายรายด้วยกันเมื่อ1-2 วันที่ผ่านมา โดยหนึ่งในนั้นเป็นภรรยาของ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งอยู่ห่างจาดชายแดนจังหวัดสระแก้วประมาณ 50 กิโลเมตร

โดยข้อแถลงการณ์ของนายกฮุนเซ็นฯระบุว่า ให้ผู้นำระดับสูง หัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ทั่วทั้งประเทศ ให้ทราบว่า ณ เวลานี้ประเทศกัมพูชาของเรา ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งเป็น ภรรยา ของ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดบันเตียเมียนเจยพร้อมครอบครัวรวมเป็น 4คนด้วยกัน ส่วนผู้นำระดับสูงที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงประกอบด้วย1.สมเด็จ กลาโหม ซอ เคง รองนายก รัฐมนตรีมหาดไทย 2.พณฯท่าน มืน ชุน3.พณฯท่าน เกือด ริด โดยทั้ง 3คนพร้อมครอบครัว ได้ถูกกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวแล้วสำหรับ-จังหวัดที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สูงประกอบด้วย1.กรุงพนมเป็ญ2.จังหวัดเสียมราษ 3.จังหวัดบันดนกีรี และ 4.จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับจังหวัดสระแก้วของไทย

“ส่วนทางด้านพันเอกเอกพงษ์ กฤตยาเกียรติชุติ ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพราน 12 ได้สั่งการให้ ร้อยตรี ถนัด มัธยมมาก รองผู้บังคับกองร้อยทหารพราน1201 ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานจำนวนหนึ่ง ออกทำการเดินเท่าลาดตระเวรตามแนวชายแดนด้านติดตะวันออกของตลาดโรงเกลือ และตามช่องทางธรรมชาติต่างๆที่เป็นจุดเสี่ยงต่อการลักลอบข้ามชายแดนระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามชายแดนของแรงงานผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด สำหรับบรรยากาศในตลาดโรงเกลือนั้นเริ่มคึกคักขึ้นมาบ้างแล้ว เนื่องจากมีพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาและชาวไทยเปิดร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆกว่า 50 เปอร์เซ็นแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วิโรจน์’ ติงรัฐ หยุดใช้โซเชียลมีเดียปั่นกระแสขัดหลักสากล หลังทวีตระงับบัญชีรร.จิตอาสา
บทความถัดไป4 สาวไทย ลอบเข้าประเทศอีกกรุ๊ป เดินป่า-ข้ามแม่น้ำ โพสต์ภาพขณะเดินทางรัวๆ