วันที่ 11 สิงหาคม 2559 เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวความรักของแม่ ที่ไม่มีวันเสื่อมคลายของแม่เฒ่า วัย 87 ปี ที่มีต่อลูกสาวฝาแฝดพิการ ชื่อนางจ้อย จิตพินิจ อายุ 87ปี ในหมู่ 7 ต.ดงพระราม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี กับลูกสาวฝาแฝด คือ น.ส.ธิดารัตน์ และน.ส.กัลยา อายุ 45 ปี โดยลูกสาวฝาแฝดของนางจ้อยนั้น เป็นโรคกระดูกงอกมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ส่งผลให้ลูกฝาแฝดทั้งคู่ของนางจ้อยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จนถึงปัจจุบัน
นางจ้อย กล่าวว่า ตนมีลูกทั้งหมด 6 คน แต่ด้วยความที่ต้องคอยดูแลลูกสาวฝาแฝดที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้ตนไม่สามารถออกไปหางานทำได้ และโชคร้ายที่สามีของตนมาเสียชีวิตหลังลูกคลอดใหม่ ๆ ส่งผลให้ครอบครัวของตนขาดเสาหลักไป แต่โชคดีที่ตนและลูก ๆ ได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดสะเดาโด่ หรือ วัดแก้วสามัคคี ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี ที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 500 เมตรเศษ ที่คอยให้อาหาร เครื่องใช้ เพื่อดำรงชีวิตมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 45 ปี
“ตนก็ไม่สามารถทำอะไรเพื่อตอบแทนความเมตตาของเจ้าอาวาสวัดสะเดาโด่ได้มากนัก นอกจากการช่วยล้างถ้วยจาน ทำความสะอาดกุฏิ ศาลา ตามแรง หรือเมื่อวัดมีงานพิธีต่าง ๆ ก็จะช่วยงานเท่าที่ตนสามารถทำได้ แต่จากที่อายุช่วงนี้มากแล้วจึงไม่สามารถออกไปช่วยดูแลได้เช่นเมื่อก่อน แต่พระยังคงเมตตาให้ข้าวปลา อาหารอย่างต่อเนื่อง ” นางจ้อย กล่าว
รายงานระบุว่า โดยแต่ละวันจะคอยดูแลลูกสาวฝาแฝดพิการทั้งคู่ นับจากการให้น้ำ ป้อนข้าว ทำความสะอาดไม่ให้เกิดแผลกดทับ เพราะลูกสาว ที่พิการคนแรกธิดารัตน์จะนอนกับที่อย่างเดียวลุกไม่ได้ ส่วนกัลยา ลุกยืนได้แต่ก็ต้องช่วยประคับประคอง และนั่งไม่ได้
ส่วนในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม นี้ ความรู้สึกของนางจ้อยที่มีต่อลูกสาวฝาแฝดนั้น นางจ้อย กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า“รักและทะนุถนอมดูแลลูกตลอด และสงสารมาก ที่ลูกสาวฝาแฝดพิการ แม่รักลูกอย่างไรก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า นางจ้อย จิตพินิจ ในอดีตเมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาแล้ว เคยได้รับรางวัลแม่ดีเด่นจาก จ.ปราจีนบุรี ด้วย

