วันที่ 12 สิงหาคม 2559 จากสถานการณ์ระเบิดหลายจุดในจังหวัดภาคใต้ตั้งแต่กลางดึกของวานนี้จนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา หลายจังหวัดที่ทราบข่าวได้วางกำลังลาดตระเวนและประจำการเพื่อสกัดและป้องกันเหตุ รวมถึงสนามบินในหลายจังหวัดเช่นที่เกาะสมุย เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.เทเวศน์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมด่วนข้าราชการตำรวจในสั่งกัดเพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยนำแผนกรกฎมาใช้ป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวของเกาะสมุย หลังจากที่เมื่อช่วงเช้าของวันเดียวกันเกิดเหตุระเบิดในหลายจังหวัด ส่วนที่สนามบินเกาะสมุยได้เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยเป็นระดับ3 ตามแผนเผชิญเหตุที่สนามบินเกาะสมุยได้มีการซ้อมไว้เป็นประจำ ด้วยการตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์ทุกชนิดที่เข้ามาภายในสนามบินเกาะสมุย ซึ่งรถยนต์ทุกคันต้องลดกระจก ตรวจใต้ท้องรถ และตรวจในตัวรถอย่างละเอียด เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้น และสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้ที่จะเดินทางผ่านสนามบินเกาะสมุย
นายไพบูลย์ โอมาก นายอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบด้านความมั่นคง ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและจริงจัง ขอให้ตรวจสอบจุดสำคัญที่จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันหยุดติดต่อกันหลายวัน
“หลังเกิดเหตุในพื้นที่จังหวัดต่างๆทางภาคใต้ ทางอำเภอเกาะสมุยได้มีการสนธิกำลังภายความมั่นคงในพื้นที่ออกตรวจความปลอดภัย พร้อมกับเฝ้าระวังเหตุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาอย่างเข้มงวด โดยเน้นสถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว หรือจุดที่มีนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ถ้าพบเห็นสิ่งผิดปกติขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวต หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที และหลังจากนี้จะเรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุ” นายไพบูลย์ กล่าว

ขณะที่ จังหวัดเชียงใหม่ น.อ.วิสูธ จันทนา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทชม.ทอท.) ได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรการ การรักษาความปลอดภัย ทชม.ทั้งภายในและภายนอกท่าอากาศยาน รวม 7 มาตรการ คือ ตั้งจุดสกัดร่วมตรวจยานพาหนะ โดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ประจำศูนย์ร่วมรักษาความปลอดภัย ทชม. จัดชุดตรวจผสมพร้อมเจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิด เดินตรวจพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร และพื้นที่โดยรอบเขตปฏิบัติการการบิน (Airside) โดยเพิ่มรอบความถี่จากทุก 2 ชั่วโมง เป็นทุก 1 ชั่วโมงต่อรอบการตรวจ จัดชุดสายตรวจรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตระเวนตรวจพื้นที่โดยรอบท่าอากาศยาน โดยเพิ่มรอบความถี่จากทุก 2 ชั่วโมง เป็นทุก 1 ชั่วโมงต่อรอบการตรวจเช่นกัน
“ส่วนจัดระบบการจราจร เข้มงวดกวดขันมิให้รถยนต์ที่ไม่มีผู้โดยสารมาจอดด้านหน้าอาคารผู้โดยสารอย่างเด็ดขาด อนุญาตให้จอดเฉพาะรับ-ส่งผู้โดยสารเท่านั้น เพิ่มความเข้มงวดการตรวจค้นบุคคลและสัมภาระ กวดขันการตรวจบัตรรักษาความปลอดภัย ในการเข้า-ออกพื้นที่หวงห้าม และกำชับเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังสิ่งของหลงลืมและสิ่งของต้องสงสัยต่างๆ” น.อ.วิสูธ กล่าว
น.อ.วิสูธ กล่าวว่า ส่วนมาตรการภายนอกท่าอากาศยานได้ประสานงานด้านการข่าวกับศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติอย่างใกล้ชิด ประสานการปฏิบัติและซักซ้อมมาตรการการรักษาความปลอดภัยมณฑลทหารบกที่ 33 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อเพิ่มความถี่ของสายตรวจรถยนต์ในการตรวจพื้นที่ ทชม. และประสานขอความร่วมมือจากกองบิน 41 กวดขันการตรวจสอบบุคคลที่เข้า-ออก พื้นที่เขตปฏิบัติการการบิน ที่ผ่านช่องทางกองบิน 41
“จากการเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการการรักษาความปลอดภัยดังกล่าว อาจทำให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวกบ้าง ต้องขออภัยและขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ปฏิบัติตามมาตรการการรักษาความปลอดภัยของ ทชม. เพื่อให้การบริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากพบเห็นเหตุการณ์ ผิดปกติ สิ่งของต้องสงสัย หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ที่อยู่ในบริเวณนั้นทันที” น.อ.วิสูธ กล่าว