นรข.สนธิกำลังตร.ทหาร ยึดยาบ้ากว่าล้านเม็ด คาดทะลักชายแดนเหนือ เข้าอีสาน

นรข.สนธิกำลังตร.ทหาร ยึดยาบ้ากว่าล้านเม็ด คาดทะลักชายแดนเหนือ เข้าอีสาน

วันที่ 9 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ที่สถานีเรือบ้านแพง ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม โดยการอำนวยการของพลเรือตรี จรัสเกียรติ ไชยพันธุ์ ผบ.นรข.นครพนม น.อ.สุรศักดิ์ สุวรรณเกษา ผบ.นรข. เขตนครพนม พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ รอดน้อย ผบ.ร้อย.ตชด.237 ร.ต.ยุทธจักร ศรีบุตตะ ผบ.ร้อย.ทพ.2108 พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงการณ์ตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ ยาบ้า จำนวน 1,194,000 เม็ด มูลค่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ได้ที่ท้ายบ้านแก้ง ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

การจับกุมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด สนธิกำลัง นรข. ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ระดมกำลังลงพื้นที่สกัดกั้นจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ตามแนวชายแดนพื้นที่เสี่ยง หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบยาเสพติด สิ่งผิดกฏหมายเข้าในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จนกระทั่งสามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดได้ ขณะขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ได้มีการลักลอบบรรทุกยาเสพติด มาทางเรือหางยาวแล้วโยนยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ท้ายหมู่บ้าน บ้านแก้ง ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ตรวจสอบพบกระสอบพันด้วยสก็อตเทป จำนวน 5 กระสอบ จึงได้ทำการเปิดดู พบเป็น ยาบ้า บรรจุอยู่ภายในจำนวนมาก จึงได้นำยาเสพติดของกลางทั้งหมดมาที่ สน.เรือบ้านแพง เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าภายในมี ยาบ้า ยี่ห้อ Y1 สีเขียว มัดใหญ่ จำนวน 191 มัด ประมาณ 1,146,000 ยาบ้า ยี่ห้อ Y1 สีเขียว มัดเล็ก จำนวน 12 มัด ประมาณ 48,000 เม็ด รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,194,000 เม็ด ส่วนผู้กระทำผิดไหวตัวหลบหนีทัน พร้อมได้ทำการบันทึกตรวจยึดก่อนส่งของกลางทั้งหมดให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

น.อ.สุรศักดิ์ สุวรรณเกษา ผบ.นรข.เขตนครพนม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด เชื่อว่ายาเสพติดที่มีการตรวจยึด ส่วนใหญ่จะมีการลักลอบนำเข้ามาจากชายแดนทางภาคเหนือ เนื่องจากช่วงนี้มีการเข้มงวดตามมาตรการโควิด ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ทำให้มีการลักลอบนำเข้ามาทางชายแดนอีสาน จึงมีการตรวจยึดบ่อยครั้ง และส่วนใหญ่จะมีจำนวนล็อตใหญ่ โดยจากสถิติการจับกุม ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ในพื้นที่ชายแดนอีสาน มีการจับกุมตรวจยึดยาเสพติด มากถึง 37 ครั้ง ตรวจยึดยาบ้ามากกว่า 18 ล้านเม็ด กัญชากว่า 3 ตัน ยาไอซ์ จำนวน กว่า 1.2 ตัน และ เฮโลอีน จำนวน 248 กิโลกรัม คิดเป็นเงินรวมมูลค่ากว่า 4,300 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญจะต้องสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชน ให้มากที่สุดในการเพิ่มมาตรการสกัดกั้นปราบปรามจับกุมต่อเนื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อีอีซี – อีสท์ วอเตอร์ ลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เพื่อประกอบกิจการงานระบบประปาและบำบัดน้ำเสีย ในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
บทความถัดไป‘ลาวัณย์’ ศิลปินแห่งชาติ หนุน 3 ข้อเรียกร้อง ปลื้มเด็กไทยก้าวหน้า ‘ส.ศิวรักษ์’ เตือนประยุทธ์ศึกษาบทเรียน ‘สุจินดา’