เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2559 บรรยากาศโดยทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ พบว่าผู้คนบางตาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก ส่วนประชาชนทั่วไปรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็รู้สึกอุ่นใจเมื่อมีตำรวจและทหารคอยให้ความดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการการดูแลความสงบเรียบร้อยให้ให้มากกว่านี้
เจ้าหน้าที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ตามปกติวันเสาร์และอาทิตย์จะมีประชาชนมาจับจ่ายซื้อของกันเป็นจำนวนมาก หลังเกิดเหตุการณ์จากผู้ไม่หวังดีทำให้ห้างมีผู้คนน้อยมาก ทั้งๆ ที่ทางห้างได้มีการตรวจตราความเรียบร้อย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ อย่างไรก็ตามได้มีการคาดการไว้ว่ายอดจับจ่ายของห้างครึ่งเดือนหลังยอดน่าจะลดลง 20-30% ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงพอสมควร
จากการตระเวนดูตามห้างขายส่งขนาดใหญ่พบว่า มี จนท.รักษาความปลอดภัย ได้ตรวจอย่างละเอียด พร้อมนำเครื่องตรวจค้นวัตถุระเบิดมาตรวจกับรถยนต์ทุกประเภทที่เข้ามายังห้างดังกล่าว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ขณะที่ทางท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ยังคงมีการตรวจเข้มและเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา พบว่ายังคงมีผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกเหมือนเช่นปกติทุกวัน
นายปีเตอร์ โคดอน นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานนี้ ที่ กทม.ตามกำหนดตนจะต้องเดินทางวันนี้ แต่ก็ไม่มีปัญหา เพราะเรื่องแบบนี้ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องรู้จักวิธีการแก้ปัญหา ตนเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังแก้ไข ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น รัฐบาลรู้ดี
ต่อข้อถามจะกระทบต่อการท่องเที่ยว หรือจะรู้สึกหวาดกลัวหรือไม่ ตนเข้าใจระบบการทำงาน เที่ยวคือเที่ยว ทำงานคือทำงาน หยุดคือหยุด หากทุกคนเข้าใจในกติกา หรือระเบียบปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ตนและภรรยาไม่กลัวตายแต่ไม่ประมาท อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ ตนจะพักที่นครศรีธรรมราช และ สมุย กระบี่ พังงาน ภูเก็ต เป็นเวลา 2 สัปดาห์

