เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณวัดบ้านอ้อมแก้ว ต.ก้านเหลือง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “รวมพลังอดีตสหาย ผกค.ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” โดยมี นายศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) พ.ท.พิสิษฐ์ ชาญเจริญ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย นายปิยะ ผูกจิต อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ประธาน ผรท.ภาคอีสานตอนใต้ นายโยธิน ลาเงินเฉลิม นางรังสิณี แก้วสมุทร นายสมปอง สมภารเพียง ซึ่งเป็นอดีตสหายและผู้นำกลุ่มสมาชิกอดีต ผกค. พร้อมด้วยสมาชิกแต่ละเขตงาน จำนวนมากมาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
นายอานนท์กล่าวว่า เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลจาบจ้วงต้องการล้มล้างสถาบัน และมีการโจมตีมาตรา 112 ว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ปิดปากประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตย ตนมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง และใช้โซเชียลมีเดียในการขยายความ ซึ่งในขณะนี้ประเทศต่างๆ ทุกประเทศก็มีกฎหมายให้ความคุ้มครองประมุขของประเทศตนเองถ้ามีการไปกระทำการที่จาบจ้วง และยังมีกลุ่มบุคคลไปร้องเรียนองค์การสหประชาชาติ (UN) ให้สนับสนุนการยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งถือเป็นการชักศึกเข้าบ้าน และมองว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้กำลังนำมาตรา 112 มาเล่นการเมือง เพื่อสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง เราจึงจำเป็นต้องออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และสนับสนุนการใช้มาตรา 112
นายศักดิ์ชายกล่าวว่า สมาชิกที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้ส่วนใหญ่จะเป็น “อดีตสหาย” สมาชิก “พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย” ที่เคยได้รับเงินสนับสนุนเยียวยาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ มาตรา 112 มีสองมูลความผิด หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และอาฆาตมาดร้าย สำหรับคนปกติคือคดีหมิ่นประมาทและคดีขู่ฆ่าเอาชีวิต ในเมื่อคนธรรมดาสามัญ กฎหมายก็ยังต้องคุ้มครองหากมีมูลฐานความผิดเดียวกัน แล้วทำไมองค์พระประมุข ผู้ทรงเป็นรัฏฐาธิปัตย์สำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ กฎหมายจะไม่คุ้มครอง มีนักการเมืองที่มีความคิดล้มเจ้า เข้าไปร่วมการชุมนุมและสนับสนุนเงินทุนแก่แกนนำปลดแอก ตัวเองก็ยังฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทได้ แล้วเหตุไฉนจะยกเลิกมาตรา 112 จะให้พระเจ้าแผ่นดินได้รับความคุ้มครองน้อยกว่าตนเอง จะได้รังแกพระเจ้าแผ่นดินได้ตามอำเภอใจเช่นนั้นหรือ
นายศักดิ์ชายกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมักเกิดจากการใช้ข้อความอันเป็นเท็จ โกหก ใส่ร้ายป้ายสีแทบทั้งสิ้น ไม่ได้นำความจริงมาพูดอย่างตรงไปตรงมา การแอบอ้างว่าให้ยกเลิกมาตรา 112 แล้วจึงจะพูดหรือวิจารณ์สถาบันได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นจริง เพราะคนที่จ้องจะใส่ร้ายสถาบัน โพนทะนา โฆษณา ทำสงครามไซเบอร์ล้มสถาบันไม่หยุดหย่อน พวกที่เรียกร้องเรื่องให้ยกเลิกมาตรา 112 นี้ล้วนแต่ปากว่าตาขยิบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะตนเองกระทำผิดมาตรา 112 หรือสนับสนุนผู้คิดล้มสถาบัน แต่กลับมาเรียกร้องให้ยกเลิก มาตรา 112
“คนมีผลประโยชน์ทับซ้อนเช่นนี้ น้ำหนักคำพูดไม่มีเลย ทำเพื่อให้ตัวเองรอด หรือทำเพื่อให้พวกตัวเองรอด ไม่ได้กระทำโดยบริสุทธิ์ใจ อย่าให้น้ำหนักให้มากนัก หากมิได้หมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายสถาบันจะต้องเดือดร้อนกินปูนร้อนท้องไปทำไม
“การบังคับใช้มาตรา 112 ส่งผลดีต่อสังคมมากกว่าผลเสีย ในปัจจุบันที่เห็นชัดเจนก็พบว่ามีการกระทำความผิดชัดแจ้ง ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งไม่เป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใดเลย พวกเราชาว ผรท.อดีตสหาย ผกค.เก่าขอสนับสนุนการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และต่อต้านการยกเลิกใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างเต็มที่” นายศักดิ์ชายกล่าว

