วันที่ 16 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีอาคารสิ่งปลูกสร้างบริเวณชายหาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง รวม 41 แห่งใน 3 จุด ต่อเติมเข้าไปในแนวเขตชายหาดแม่รำพึง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด
ต่อมาในบ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารดังกล่าวบริเวณชายหาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง คือจุดที่ 1 เป็นอาคารร้านค้าอาหารทะเลสด ซึ่งก่อสร้างโดยใช้งบไทยเข้มแข็งในอดีตที่ผ่านมา โดยใช้อาคารร้านค้าว่า “ชุมชนปากคั่น” มีร้านค้าจำนวน 21 ร้าน จุดที่ 2 “ชุมชนหินดำ” มีร้านค้าจำนวน 10 ร้าน และจุดที่ 3 “ชุมชนหัวรถ” มีร้านค้าจำนวน 10 ร้านเช่นเดียวกัน รวม 41 ร้าน พบว่าบางร้านไม่มีการต่อหลังคาด้านหลังร้านอาหารติดชายหาด บางร้านใช้ผ้าใบขึงทำเป็นหลังคาด้านหลังร้าน ส่วนร้านที่ต่อเติมหลังคามุงกระเบื้องยาวออกไปในหาดทรายยาวประมาณ 18 เมตร มีจำนวนหลายร้าน
จากการสอบถามเจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่าสร้างอาคารทำเป็นร้านขายอาหารทะเลสดและให้แม่ค้าเข้าไปขาย แต่ด้านหลังร้านถ้าไม่มีการต่อเติมหลังคาออกไป นักท่องเที่ยวจะไปนั่งกินได้อย่างไร ทั้งลม ทั้งฝน ลองนึกสภาพว่าไปนั่งชายหาดลมมันแรงขนาดไหน ไม่มีใครอยากไปมีปัญหากับเจ้าหน้าที่รัฐ คิดดูลงทุนทำหลังคาร้านละประมาณ 4-5 หมื่นบาท บางร้านที่ใช้ผ้าใบขึงทำเป็นหลังคา บอกว่าสั่งให้รื้อเมื่อไหร่ก็จะรื้อให้ทันที
ด้านนายธนิศ จันทะเดช หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด กล่าวว่า ย้ายมารับตำแหน่ง หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ดเมื่อเดือนตุลาคม 2558 ก็พบว่ามีการต่อเติมหลังคาด้านหลังร้านติดกับชายหาดแล้ว และได้ไปตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตต่อเติมอาคารหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มี จึงได้เรียกประชุมเจ้าของร้านค้าทั้ง 41 ราย และให้มายื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง และทางอุทยานฯได้ส่งเรื่องให้ทางกรมอนุญาต ซึ่งทางกรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบพบมีการต่อเติมหลังคาด้านหลังอาคารออกไปในชายหาด จึงไม่อนุญาต
นายธนิตกล่าวอีกว่า จากนั้นได้เรียกประชุมเจ้าของร้านค้าให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่อเติมออกไป แต่ก็ยังไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใด ซึ่งในเร็วๆ นี้ก็จะเรียกประชุมเจ้าของร้านค้าทั้ง 41 รายให้ดำเนินการรื้อสิ่งปลูกสร้างต่อเติมโดยเร็ว หากยังไม่ยอมรื้อถอนอีกก็จะถูกดำเนินคดีทุกราย

