สุดสงสาร! พ่อลูกอ่อน หอบลูกน้อย 2 คนนั่งจักรยานรอนแรมจากอุดรฯจะไปชัยภูมิ พบครูใจดียื่นมือช่วยเหลือ(ชมคลิป)

สุดสงสาร! พ่อลูกอ่อน หอบลูกน้อย 2 คนนั่งจักรยานรอนแรมจากอุดรฯจะไปชัยภูมิ พบครูใจดียื่นมือช่วยเหลือ

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ (เพจเฟซบุ๊กสำนักข่าวเหยี่ยวเวหา) ของผู้ที่ให้การช่วยเหลือ พ่อกับลูกน้อยอีก 2 คน ที่ผู้พ่อเป็นคนจูงจักรยาน ส่วนลูกน้อยนั่งบนจักรยานพร้อมด้วยสัมภาระของใช้ใส่ถุงปุ๋ยขนาดใหญ่เต็มรถจนปั่นไม่ได้ ไม่มีเงินติดตัว เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี จะไปจังหวัดชัยภูมิ และถึง อำเภอศรีบุญเรือง พนักงานร้านเสรี เลยรวบรวมเงิน จำนวน 200 บาท หน้ากาก 4 ชิ้น น้ำ 1 แพค เสื้อกันหนาว 3 ตัว มาม่า 2 กล่อง มอบให้ และได้ฝากบอกว่า ใครพบเจอข้างทางช่วยเหลือได้ ต่อมาทราบว่าได้มีผู้ให้การอุปการะช่วยเหลือ นำพ่อและลูกน้อย 2 คน ไปทำงานด้วย อยู่ที่บริเวณด้านหลังวัดป่าศิลาวาส บ้านดินทรายอ่อนเหนือ ต.หัวนา จ.หนองบัวลำภู

ล่าสุดผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว พบพ่อกับลูกน้อย 2 คน ได้อยู่ร่วมกับผู้ที่รับไปหางานทำด้วย โดยพ่อได้ช่วยทำงานเชื่อมโครงเหล็กทำช้าง ส่วนลูกน้อยอีก 2 คน ได้เล่นอยู่ด้วยกันกับลูกผู้ที่รับไปทำงาน ซึ่งทราบชื่อต่อมาว่า นายสมภาร ชัยพรม อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 6 ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนลูก 2 คน เป็นหญิง คือ น้องไอซ์ อายุ 3 ขวบ น้องอ๋อม อายุ 5 ขวบ

สอบถามทราบว่า ผู้ที่ให้การช่วยเหลือนำพ่อลูกและเด็กน้อย 2 คน มานั้น คือ นางพรจิตร ชนะพันธุ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 2 ต.เมืองใหม่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นข้าราชการครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนกุดสะเทียนใหม่ศรีทอง อ.ศรีบุญเรือง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 และเป็นเจ้าของน้ำฝนรีสอร์ต โดย นางพรจิตร ชนะพันธุ์ เล่าว่า เห็นข่าวเรื่องนี้มีการแชร์กันในเพจเมื่อวานนี้ คิดว่าอยากจะช่วยอยู่ เพราะเห็นมีลูกน้อย 2 คน ก็พอดีวันนี้มาที่โรงเรียน ก็เลยกลับออกไปที่ตลาดเพื่อที่จะไปซื้อปลามาปล่อย เพื่อทำบุญวันเกิด ก็เลยไปเจอเขาพอดีจำเด็กน้อย 2 คนได้แล้วเห็นจักรยานที่เขาแชร์กัน ขับรถเลยไปแล้วก็เลยกลับมาใหม่ มาถามเขา เอาเงินให้ สอบถามว่าอยู่ไหนจะไปไหนอย่างไร เขาก็บอกว่าจะไปจังหวัดชัยภูมิ แล้วก็จะไปเอาผ้าห่มมาให้เขากับลูก เขาก็เลยขอบคุณครับ ผมไม่เอาผ้าห่ม จักรยานผมเอาไปไม่ไหว เลยถามว่า อยากกลับบ้านไหม เขาก็เลยบอกว่า เขายังไม่อยากกลับบ้าน ยังอยากเดินทางไปเรื่อยๆ กับลูก เผื่อมีคนใจบุญจ้างให้ทำงาน


ถ้ากลับบ้านถึงบ้านแล้ว เขาว่าก็ยังไม่มีงานทำ ไม่มีเงินให้ลูก จึงถามว่า ทำงานอะไรได้บ้าง เขาบอกว่า ทำงานก่อสร้าง เชื่อมเหล็กได้ งานปูนได้ ก็เลยบอกว่าแม่จะพาไปทำงาน รับเขากับลูกขึ้นรถ เห็นเขาแล้วก็ร้องไห้สงสารเด็ก 2 คน เพราะวันนี้อากาศหนาวเย็นมาก ก็เลยพามาทำงานกับน้องสาวและแฟนน้องสาวที่พิการมาทำงานปั้นรูปช้างอยู่ที่วัดป่าศิลาวาส บ้านดินทรายอ่อนเหนือ ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ต้องการคนงานช่วยเชื่อมเหล็กให้ เขาต้องการที่จะมีรายได้เล็กๆน้อยๆ แล้วพอดีมีที่พัก คิดว่าจะให้เขากับลูกไปพักบ้านหลังที่ว่าง ไม่มีใครอยู่ในรีสอร์ต ส่วนลูกเขาตัวเล็กอยู่ก็คิดว่าจะเอาไปโรงเรียนด้วย สักพักก่อน ถ้าเขาอยู่ได้ก็ให้เขาอยู่ หรือเขาจะไปที่ใหม่ก็ตามใจ นางพรจิตร ชนะพันธุ์ ครูใจดีที่ช่วยเหลือเขากล่าว


ทางด้าน น.ส.กิงกานต์ สิงห์น้อย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 4 ต.กุดสะเทียน อ.ศรีบุญเรือง น้องสางของ นางพรจิตร ชนะพันธุ์ กล่าวว่า ตอนนี้ก็รับเขามาช่วยงานวันแรกให้ค่าแรงวันละ 300 บาท เพราะเพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนที่ได้มีคนเห็นเรื่องราวชีวิตของเขาแล้วอยากช่วยเหลือในเพจเฟซบุ๊ก ตอนแรกจึงได้แจ้งเลขที่บัญชีตัวเองให้การช่วยเหลือ ก็มีน้องเป็นทหารจากจังหวัดชลบุรี ให้มา 300 บาท มีพี่อีกคนที่อยู่ กรุงเทพฯให้การช่วยเหลือมา 3,000 บาท เงินทุกบาทจะโอนให้เขา ตอนนี้และก็จะทำการปิดบัญชีช่วยเหลือของตัวเองแล้วก็ ให้เป็นบัญชีของเขา คือ ชื่อบัญชี นายสมภาร ชัยพรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลสาขาพิษณุโลก เลขที่บัญชี 043-8-21266-3


ทางด้าน นายสมภาร ชัยพรม เล่าว่า ชีวิตตัวเองเป็นคนอำเภอแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ และได้มามีครอบครัวกับแฟน ชาวอำเภอลานกระบือ จ.กำแพงเพชร ได้ประมาณ 10 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ น้องอ๋อมและน้องไอซ์ ส่วนมากตัวเองจะไปทำงานตัดอ้อย ก่อสร้าง ภรรยาไม่ค่อยได้ทำงาน ส่วนมากก็จะเห็นเล่นเฟส เล่นไลน์ ตอนหลังก็เลยย้ายมาอยู่กับแม่ที่ หลัก 18 ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรานี แล้วไปทำงานก่อสร้างอยู่ที่ จังหวัดอุดรธานี แต่เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ภรรยาเขาก็เลยหนีไปมีคนใหม่ทิ้งลูก 2 คนไว้ให้ อยู่กับตัวเอง พอเมียไปก็ทำงานไม่ได้ต้องคอยเลี้ยงลูก จึงพามาอยู่กับแม่ที่ปลูกผัก ก็อยู่ไม่ได้แม่กินแต่เหล้าช่วยดูแลลูกไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจพาลูก 2 คน นั่งจักรยาน ตัวเองเป็นคนจูง ออกจากบ้านมาโดยยังไม่รู้ว่าจะไปอย่างไร มีป้าให้เงินติดตัวมา 100 บาท ซึ่งก็ตั้งใจว่าจะกลับไปจังหวัดชัยภูมิ ออกจากบ้านมาได้ ประมาณครึ่งเดือนแล้ว จะพักนอนรอนแรมตามศาลาริมทางบ้าง ส่วนอาหารคนเห็นสงสารก็ให้เงินพอได้ซื้อข้าวให้ลูกกิน

นายสมภารยังกล่าวอีกว่า ถ้าอยู่ได้ก็อยากอยู่กับแม่ รู้สึกดีใจขอบคุณ บางทีชีวิตก็ท้อ แต่เมื่อมองเห็นลูก 2 คนแล้วก็กัดฟันสู้ ไม่มีเงินก็ต้องพาลูกออกมา ก็ไม่รู้จุดหมายปลายทางเหมือนกัน คิดไว้ว่าจะดูแลเขาสองคนให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเสร็จงานตอนเย็น ทางด้าน นางพรจิตร ชนะพันธุ์ ครูใจดีและ น.ส.กิงกานต์ สิงห์น้อย ได้พา นายสมภาร ชัยพรม น้องอ๋อม น้องไอซ์ ไปพักนอนที่บ้านพัก ด้านหลังในรีสอร์ตของตัวเอง ซึ่งจะทำให้ได้พักผ่อน อบอุ่นท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นเป็นอย่างมากในช่วงนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สปสช. จับมือรพ. 15 แห่ง นำร่องจ่ายค่าบริการเทเลเมดิซีน เฟสแรก รับมือโควิด-19 รอบใหม่
บทความถัดไปความเร่าร้อนที่จะปลดโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี