หน้าแรก ภูมิภาค ชาวสุโขทัยวอน...

ชาวสุโขทัยวอนกรมศิลป์ ขอร่วมจัดการน้ำพื้นที่อุทยานฯ ทำเดือดร้อนเจอภาวะแล้ง

17.08.16 | 14:06 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางบังเอิญ ทุยจันทร์ ประธานสภาวัฒนธรรม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า จากการเข้าร่วมในงานเสวนา 4 ทศวรรษแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ที่ห้องประชุมอาคารอนุสรณ์ลายสือไท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง การเสวนาได้บรรยายถึงกรมศิลปากรได้พัฒนาพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถาน 1,600 ไร่ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จากสภาพรกร้างในป่ามาจนได้รับคัดเลือกเป็นมรดกโลกนั้น

นางบังเอิญกล่าวว่า แต่เดิมเมืองเก่าสุโขทัยมีบ้านเรือนอยู่กันเป็นชุมชน อาศัยอยู่คู่โบราณสถานมาช้านานแล้ว โดยมีวัดตระพังทองและวัดมหาธาตุซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษา และมีโรงเรียนบ้านเมืองเก่าตั้งอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑ์ ต่อมากรมศิลปากรเข้ามาพัฒนาอุทยานฯ มีการโยกย้ายบ้านเรือนที่อยู่ใกล้โบราณสถานสำคัญออกไปตั้งชุมชนใหม่ เช่น ชุมชนรามใหญ่-รามเล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างในเขตกำแพงเมือง ชาวบ้านก็ปฏิบัติตามแต่โดยดีเพราะที่ดินถือครองไม่มีเอกสารสิทธิ

สมัยนั้นชาวบ้านได้มีส่วนในการบูรณะโบราณสถาน เพราะเกิดการจ้างแรงงานขุดแต่ง เป็นความภาคภูมิใจของชาวบ้านที่ได้มีส่วนร่วมบูรณะ เพื่อสืบต่ออายุอาคารสถานของบรรพกาลให้คงอยู่ กระทั่งล่าสุดมีการปักป้ายห้ามขายสินค้าพื้นเมืองในเขตโบราณสถาน ชาวบ้านก็ปฏิบัติตามแต่โดยดีเช่นกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม อยากให้เห็นใจชาวบ้านด้วย โดยเฉพาะหมู่บ้านเชตุพนที่ทำนาได้ผลผลิตน้อย และบางรายก็ไม่ได้เลยเพราะขาดแคลนน้ำ หลังจากมีโครงการขุดลอกลำคลองเสาหอและคูน้ำรอบกำแพงเมือง ทำให้ระบบชลประทานโบราณและเหมืองฝายเปลี่ยนสภาพไปหมด ไม่มีน้ำจากคลองเสาหอไหลเข้าทุ่งเชตุพนมานานกว่า 7 ปีแล้ว แม้ทาง อบต.เคยมีโครงการทำฝายน้ำล้นแต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต เพราะเป็นโบราณสถานชาวบ้านจึงหมดหวัง

พ.อ.สุชาติ พุ่มสุวรรณ เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย บชร.3 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า มีชาวบ้าน ต.เมืองเก่าที่ได้รับความเดือดร้อนมาร้องขอความช่วยเหลือ ซึ่งน่าเห็นใจอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินที่อยู่กันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย และก็ไม่กล้าแสดงตัวตนเพราะกลัวจะถูกไล่ออกจากพื้นที่

Advertisement