ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ล่าสุดวันนี้ ตรวจสอบระดับน้ำ ที่สถานีวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยกตัวขึ้นไปอยู่ที่ 14.63 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พ้นระดับวิกฤต 14 เมตรแล้ว ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6.02 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำเป็น 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อใช้รักษาระบบนิเวศน์ ผลักดันน้ำเค็มและผลิตน้ำประปา ในจังหวัดภาคกลางและกรุงเทพมหานคร แต่การส่งน้ำเพื่อการเกษตรยังคงนโยบายระงับไว้อย่างสิ้นเชิง เพื่อสงวนน้ำต้นทุนไว้เพื่อการอุปโภค-บริโภค
ด้านนายเอกศิษฐ์ ศักดีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนเจ้าพระยา เปิดเผยว่าแม้ในระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาจะมีการยกระดับขึ้นจนพ้นจุดวิกฤต แต่กรมชลประทานยังจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกร ในการงดการทำนาปรังเพิ่มโดยเด็ดขาด เพราะปริมาณน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันใน 2 เขื่อนหลัก ยังไม่เพียงพอที่จะจัดสรรเพื่อการทำนาปรัง โดยเขื่อนภูมิพล ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 มีปริมาณน้ำกักเก็บ 5,982 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 44 แต่มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้จริงเพียง 2,182 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 16 และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บ 5,713 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 60 มีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้จริง 2,863 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 30 เท่านั้น

