ตร.ล่อซื้อ-บุกจับผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า สารภาพรับซื้อต่อจากพรานป่า-ทำมานับสิบปี

ตำรวจ ปทส. จับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ผู้กำกับการ 4 บก. ปทส.สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าตาฝั่ง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสาละวิน และเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 ลงพื้นที่บุกจับขบวนการค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมของกลางซากเก้ง 2 ตัว ผู้ต้องหารับสารภาพรับซื้อซากเก้งมาจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ส่งให้ขายนักเปิบพิสดาร ซึ่งทำมานานกว่า 10 ปี เจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหาหนักทั้งมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมาตรา 17 และ ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 24/2 หมู่ 4 ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อม ซากอีเก้ง ซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง 2 ตัวที่ถูกชำแหละเตรียมส่งขายรวมทั้งหมด 18 ชิ้น น้ำหนักรวม 36 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ เงินสด 6,500 บาท พร้อมจับกุมตัว นางปราณี บุญมาคำ 59 ปี เจ้าของบ้าน หลังจากเจ้าหน้าที่ติดต่อล่อซื้อซากเก้งจากนางปราณีผู้ต้องหาจำนวนเงิน 6,500 บาท โดยเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเพื่อวางแผนเข้าจับกุม พร้อมแจ้งข้อหา กระทำผิดตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ฐานมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมาตรา 17 และ ค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าตาฝั่งดำเนินคดี

พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่า ว่า เจ๊ณี ทราบชื่อภายหลังว่า นางปราณี บุญมาคำ มีพฤติการณ์ลักลอบค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และสามารถติดต่อซื้อขายได้ จึงสั่งการให้ ผกก.4 บก.ปทส. นำกำลังเจ้าหน้าที่วางแผนเข้าจับกุม โดยให้สายลับติดต่อซื้อขายผ่านทางโทรศัพท์ ติดต่อซื้อขายซากเก้ง ในราคา 9 พัน บาท โดยนางปราณี ให้โอนเงินมัดจำเป็นเงินจำนวน 5 พันบาท และโอนเงินที่เหลือวันที่ 19 มกราคม โดยนัดรับเนื้อวันพุธ ที่ 20 มกราคม 2564 หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไปรับของที่บ้านและจับกุมตัวผู้ต้องหาในที่สุด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับซากเก้งมาจากกลุ่มพรานป่า ที่ออกล่าสัตว์ป่า ในพื้นที่ป่า ใน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ก่อนจะนำมาขายให้นางปราณีในราคากิโลกรัมละ 300 บาท ก่อนที่จะนำไปขายให้กับนักเปิบพิสดารในราคากิโกรัมล่ะ 600 บาท ซึ่งผู้ต้องหาได้ค้าเนื้อสัตว์ป่ามานานกว่า 10 ปี ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลสืบสวนติดตามจับกุม กลุ่มนายพรานที่แอบลักลอบล่าสัตว์ป่าต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เอ ศุภชัย’ โพสต์ภาพ อวยพรวันเกิด ‘เพชรา เชาวราษฎร์’ สวยไม่สร่างในวัย 78 ปี
บทความถัดไปคล็อปป์รับหงส์แดงฟอร์มไม่ดี แต่ยังไม่ถึงขั้นหายนะ