เปิดข้อกฎหมาย ชี้คุณยาย ไม่ต้องคืนเงินผู้สูงอายุ หากรับโดยสุจริตและใช้หมดแล้ว

เปิดข้อกฎหมาย ชี้คุณยาย ไม่ต้องคืนเงินผู้สูงอายุ หากรับโดยสุจริตและใช้หมดแล้ว

จากกรณี ยายบวน โล่ห์สุวรรณ อายุ 89 ปี ที่ถูกกรมบัญชีกลางเรียกเก็บเบี้ยผู้สูงอายุคืนย้อนหลัง 10 ปี จำนวน 84,400 บาท โดยมีการเสนอให้มีการผ่อนชำระนั้น

คลิกอ่าน ยืนยันเรียกคืนเบี้ยชรา ยาย 89 ชี้เป็นเงินแผ่นดิน ด้าน ‘รัฐ’ เสนอผ่อนชำระภายใน 1 ปี ไม่มีดอกเบี้ย

ล่าสุด อุดม งามเมืองสกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม กฎหมายเรื่องใกล้ตัว ถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ว่า กรณีดังกล่าวหากคณะยายรับเบี้ยสูงอายุดังกล่าวไว้โดยสุจริต ไม่ได้ปิดบังข้อมูล และนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายหมดแล้ว คุณยายไม่ต้องคืนเงินดังกล่าว

ข้อความระบุว่า อบต.จ่ายเงินเบี้ยผู้สูงอายุไม่ถูกต้อง (นานรวม 10 ปี เพราะจ่ายซ้ำซ้อนกับเงินบำนาญพิเศษกรณีลูกชายคุณยายซึ่งเป็นทหารเสียชีวิต) กรมบัญชีกลางและ อบต. จะเรียกเงินเบี้ยคนชราคืนจากคุณยายปัจจุบันอายุ 89 ปี โดยจะเรียกเงินคืนย้อนหลัง รวมเป็นเงิน 84,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี ได้หรือไม่

ความเห็น

-กรณีนี้เป็นกรณี “ลาภมิควรได้” ซึ่งหน่วยงานทางปกครอง คือ อบต. จะต้องใช้สิทธิฟ้องเรียกร้องในทางแพ่ง (ไม่ใช่คดีปกครอง เที่ยบเคียงคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 222/2560)

– หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ ป.พ.พ. มาตรา 412 ดังนั้น หากคุณยายได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุไว้โดยสุจริต (หากฟังข้อเท็จจริงได้ว่าคุณยายไม่ทราบข้อกฎหมาย/ปิดบังข้อเท็จจริงที่ตนใช้สิทธิซ้ำซ้อน) และหากคุณยายรับเงินไว้โดยสุจริต และได้นำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่จะถูกเรียกคืน คุณยายจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 412 (เทียบเคียงกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10850/2559)

-กรณีนี้ถือเป็นความบกพร่องในการตรวจสอบตรวจทาน เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่ จึงต้องไปไล่เบี้ยกับเจ้าหน้าที่ผูปฏิบัติงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อต่อไป

ป.พ.พ.มาตรา 412 ถ้าทรัพย์สินซึ่งได้รับไว้เป็นลาภมิควรได้นั้นเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ท่านว่าต้องคืนเต็มจำนวนนั้น เว้นแต่เมื่อบุคคลได้รับไว้โดยสุจริต จึงต้องคืนลาภมิควรได้เพียงส่วนที่ยังมีอยู่ในขณะเมื่อเรียกคืน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10850/2559 จำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตามกฎหมาย แต่โจทก์จ่ายเงินดังกล่าวให้จำเลยไปโดยผิดหลง จึงเป็นเงินที่จำเลยได้รับไว้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และทำให้โจทก์เสียเปรียบอันเป็นลาภมิควรได้ หาใช่เป็นเงินที่โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนได้อย่างเจ้าของทรัพย์สินไม่ และเมื่อได้ความว่าจำเลยได้รับเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญไว้โดยสุจริตและนำไปใช้จ่ายหมดแล้วก่อนที่โจทก์จะเรียกคืน จำเลยจึงไม่ต้องคืนเงินดังกล่าวแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 412

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดมุมมอง ‘ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย’ ผู้อยู่เบื้องหลัง ‘เอไอเอส เอสเอ็มอี’
บทความถัดไป“พระมหาไพรวัลย์” สับสังคมเสียเวลาดูข่าว “ลุงพล” แล้วไม่ได้อะไรเลย