โครงการ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ เริ่มเห็นผล ชาวบ้านหนองไทรต่อยอดเลี้ยงแพะ รวมตัวตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯแล้ว

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ สื่บเนื่องจากรัฐบาลจัดสรรเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา หรือโควิด–19 รายละ 15,000 บาท ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งยังคงมีรายได้ เพื่อประคับประคองครอบครัวในช่วงวิกฤตระลอกแรก มีประชาชนบางรายได้นำเงินที่ได้รับส่วนนี้มาต่อยอดสร้างอาชีพใหม่

ดังเช่น ครอบครัวของนายฉัตรมงคล บุตรวิชา อายุ 33 ปี ชาวบ้านหนองไทร หมู่ 4 ต.ลำเพียก อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ที่ได้รับเงินจากโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” พร้อมกับภรรยา คนละ 15,000 บาท เนื่องจากทั้งคู่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ถือเป็นผู้มีรายได้น้อย มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ โดยตัดสินใจใช้เงินเกือบทั้งหมดลงทุนทำคอกเลี้ยงแพะ หวังยึดเป็นอาชีพหลักในภายภาคหน้า

โดยใช้เงินลงทุนไปกว่า 20,000 บาท จากนั้นได้ขอยืมแม่พันธุ์แพะจากพ่อที่ประกอบอาชีพเลี้ยงแพะอยู่ก่อนแล้ว มาจำนวน 7 ตัว มาเลี้ยงตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว

นายฉัตรมงคลบอกว่า เงินที่ได้รับจากโครงการ เราไม่ทิ้งกัน ทำให้ตนมีโอกาสสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับครอบครัวได้เร็วกว่าที่เคยคิดไว้ และใกล้ที่จะเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยขณะนี้ได้ลูกแพะชุดใหม่มาแล้ว 4 ตัว และมีที่กำลังจะคลอดเพิ่มอีกหลายแม่ อีกไม่นานก็จะสามารถนำไปจำหน่ายสร้างรายได้ก้อนแรกให้กับครอบครัวแล้ว ถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจอย่างมากที่ต่อไปนี้ครอบครัวของตนเองจะมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงขึ้น เพราะที่ผ่านมาตนเองกับภรรยาต้องอาศัยทำงานรับจ้าง พอมีกินมีใช้วันต่อวัน เงินเก็บแทบจะไม่มี มาวันนี้ มีแพะเป็นของตัวเอง แม้จะเหนื่อยเพิ่มขึ้น แต่ก็น่ายินดี เพราะมองเห็นอนาคตที่สว่างไสวรออยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน นายฉัตรมงคลมีแพะอยู่ภายในคอกทั้งหมด 18 ตัว เป็นแพะแม่พันธุ์ที่ยืมมาจากพ่อของตัวเอง 7 ตัว คลอดออกมาชุดใหม่ 4 ตัว ล่าสุด ในหมู่บ้านได้รวมตัวกันก่อตั้งเป็น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงแพะตำบลลำเพียก ทำให้นายฉัตรมงคลสามารถกู้ยืมเงินมาซื้อแพะเลี้ยงเพิ่มเติมได้อีก 7 ตัว

ปัจจุบัน นายฉัตรมงคลยังประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปเช่นเดิม แต่แบ่งเวลามาดูแลคอกแพะ และสร้างรายได้เพิ่มเดิม ด้วยการนำเศษกิ่งไม้ที่เหลือจากการให้อาหารแพะ มาเผาถ่านจำหน่าย รวมถึงนำมูลแพะมาบรรจุกระสอบขายควบคู่ไปด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon