วันที่ 22 สิงหาคม 2559 นายทิวา พันธ์ไม้สี ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง เผยถึงสภาพอากาศในช่วงนี้ ว่า หลังจากในพื้นที่ จ.ลำปาง เกิดฝนตกหนักอันเนื่องจากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม2559 ที่ผ่านมา จนทำให้พื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก และพัดสะพานพังไป 2 แห่ง ซึ่งหลังจากนั้นสภาพอากาศจากฝนตกหนักก็คลี่คลายลง โดยเช้าวันนี้อากาศในหลายพื้นที่แจ่มใส มีแสงแดดส่องลงมาตั้งแต่เช้า แต่ในช่วงระยะนี้ถึงแม้ปริมาณฝนจะลดลง แต่ก็ขอให้ประชาชนระวังการเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้นในพื้นที่ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่าย และค่ำ
“สำหรับพื้นที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ที่แม่น้ำวังเกิดล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในหลายตำบล ก็ขอให้เร่งระบายน้ำที่ท่วมออกจากแปลงปลูก เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง และระวังโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา จากการถูกน้ำท่วม เช่น โรคเน่าคอดิน โรคเน่าดำ และโรคเน่าเละ ส่วนข้าวนาปีก็ให้ระวังโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และระวังศัตรูพืช เช่น หนอนห่อใบข้าว อย่างไรก็ตาม ในฤดูฝนปีนี้ เกษตรกรต้องพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่จะทำให้เกิดน้ำป่าหลาก เพราะยังจะต้องเจอกับมรสุม ที่จะทำให้ฝนตกหนักอีกหลายครั้ง จึงขอให้เกษตรกร และบ้านเรือนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมยังต้องพร้อมรับมือไว้ด้วย” นายทิวา กล่าว
ด้านนายเกรียงศักดิ์ แสงยุนนท์ นายอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง เปิดเผยว่า หลังจากพื้นที่ อ.วังเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนบนสุดของจังหวัด ติดกับ จ.เชียงราย และพะยา เกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก และเกิดน้ำป่าทะลักลงมาตามลำห้วยต่างๆ และไหลลงสู่แม่น้ำวังจนเต็มตลิ่ง จึงส่งผลทำให้พัดสะพานพังเสียหายไป 2 แห่ง โดยสะพานที่บ้านป่าบง ต.ทุ่งฮั้ว เป็นสะพานไม้ที่ใช้ลัดเข้าออกหมู่บ้าน และใช้ขนพืชผลทางการเกษตร ส่วนอีกแห่งเป็นสะพานคอนกรีตที่บ้านแม่สุก ต.วังซ้าย อ.วังเหนือ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมต่อถนนเข้าออกหลายหมู่บ้าน นอกจากนี้ จากการสำรวจพื้นที่พบตลิ่งแม่น้ำวังถูกกัดเซาะไปหลายจุด และยังพบน้ำวังเอ่อล้นท่วมพืชผลทางการเกษตร ทั้งนาข้าว ข้าวโพด พืชสวน และพืชไร่เสียหายไปกว่า 100 ไร่ กระจายใน 3 ตำบลของ อ.วังเหนือ ได้แก่ ต.ทุ่งฮั้ว ต.วังซ้าย และ ต.วังใต้ ซึ่งทางสำนักงานเกษตรอำเภอจะได้ตรวจสอบรายชื่อเกษตรกร ตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และจะได้ให้ความช่วยเหลือต่อไป สำหรับภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้ ที่มีฝนตกหนัก และเกิดน้ำป่าหลากจากยอดเขาสูงเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ถือว่าเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากกระทบพื้นที่

