เมื่อเร็วๆ นี้ (ช่วงเย็นวันที่ 19 สิงหาคม 2559) ที่ห้องประชุมแขวงทางหลวงชนบทชุมพร นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปตรวจราชการที่ จ.ชุมพร โดยมีนายสมดี คชายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ สังกัดกระทรวงคมนาคมให้การต้อนรับ
นายสมดีกล่าวรายงาน สภาพปัญหาทางด้านการคมนาคมใน จ.ชุมพร ว่ายังมีปัญหาต้องการถนนเส้นทางการคมนาคมหลักใน จ.ชุมพร หลายเส้นทาง เพื่อเป็นการตอบสนองการขนส่งสินค้า การรองรับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางจากสนามบินมาตัวเมืองชุมพรมีระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ปัจจุบันยังอยู่ในสภาพพังชำรุดเสียหายตลอดเส้นทาง อีกทั้งเป็นเส้นทางสำคัญที่ต้องใช้ในการรับเสด็จฯ และใช้รับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาโดยสายการบิน เพื่อไปยังเกาะแก่งต่างๆ ใน จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ยังติดขัดเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้ประมาณ 600 ล้านบาท รวมทั้งงบแก้ปัญหาด้านการคมนาคมที่เกี่ยวข้องทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำท่วมเส้นทาง การลดความแออัดของการจราจรในเขตตัวเมืองชุมพร ที่เป็นปัญหาสะสมมานานหลายสิบปี ซึ่งต้องใช้งบประมาณรวมทั้งระบบมากถึง 800 ล้านบาท
นายออมสินกล่าวว่า เห็นด้วยกับความสำคัญดังกล่าวและจะรายงานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อผลักดันนำงบประมาณมาแก้ไขปัญหาให้ แต่อาจต้องทยอยสร้างในแต่ละช่วง ส่วนกรมเจ้าท่าได้รายงานถึงความต้องการท่าเรือน้ำลึกในเขต อ.เมืองชุมพร ว่า หลังจากผ่านการศึกษามาระยะเวลาหนึ่ง กรมเจ้าท่าได้รายงานว่า ในแง่การลงทุนถือว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน อีกทั้งอาจขาดผู้บริหารท่าเรือน้ำลึกที่ชัดเจน จึงอาจทำให้การลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึกเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าและต้องสูญเปล่า
นายกิตติ กิตติชนม์ธวัช ประธานหอการค้า จ.ชุมพร ที่เข้าร่วมประชุมด้วย ได้พยายามเสนอข้อมูลความคุ้มค่า ในการลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึกว่า มีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า การสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ จ.ชุมพรมีความคุ้มค่าและมีปัญหาน้อย ภาคเอกชนพร้อมที่จะประสานเอกชนให้เข้ามาลงทุนร่วม รวมทั้งการเข้ามาบริหารด้วยหากได้รับการอนุมัติจากทางราชการ นายออมสินกล่าวว่าถ้ามีเอกชนเข้าร่วมทุนจะได้มีการพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งในทุกด้านด้วย
ข่าวแจ้งว่า กลุ่มนักวิชาการที่ปรึกษาของกรมเจ้าท่าต่างมีความเห็นว่า ในปัจจุบันการลงทุนสร้างท่าเรือเริ่มมีการชะลอตัวกันทั่วโลก เพราะมีวิธีการขนส่งที่ดีกว่า เช่น ระบบราง ที่สามารถไปได้ทั่วประเทศด้วยความรวดเร็ว และยังเชื่อมต่อไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้นคาดว่าโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ จ.ชุมพร อาจเป็นฝันค้างของนักธุรกิจชาวชุมพรอีกครั้ง อีกทั้งยังมีการต่อต้านของกลุ่มเอ็นจีโอและนักอนุรักษ์ในพื้นที่ด้วย

