วันที่ 22 สิงหาคม เมื่อเวลา 12.14 น. นายไสว อิ่มซิว สมาชิกสภาเทศบาลตำบล (ส.ท.) ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ พร้อมนายลออ ขำทับทิม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.ป่าเซ่า และตัวแทนชาวบ้าน 8 ราย นำรายชื่อ 455 รายชื่อของประชาชน ต.ป่าเซ่า ต.คุ้งตะเภา และ ต.หาดกรวด อ.เมืองอุตรดิตถ์ ยื่นถึง นายสุรศักดิ์ เจริญศฺริโชติ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ ผ่านนายผดุง ภักดี นิติกรศูนย์ดำรงธรรม จ.อุตรดิตถ์ เพื่อร้องคัดค้านการจัดสรรที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) บริเวณบึงกะโล่ ที่ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ต้องการให้อนุรักษ์ไว้เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันเหมือนที่เป็นมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ไม่ต้องการให้จัดสรรให้กับใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มนายทุน และญาตินักการเมืองที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ 3 ตำบล
นายไสว กล่าวว่า ที่ดินบริเวณบึงกะโล่มีทั้งหมด 7,500 ไร่ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ ขอใช้ประโยชน์ 2,500 ไร่ วิทยาลัยบรมราชชนนี จ.อุตรดิตถ์ขอใช้ 250 ไร่ จะต้องเหลือมากกว่า 4,750 ไร่ แต่เลขาธิการ ส.ป.ก.กลับประกาศว่าจะทำการยึดคืนจากกลุ่มคนที่เข้าใช้ประโยชน์ไม่ถูกต้องเพียง 1,218 ไร่นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ถูกต้อง ตอนนี้มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้นแล้วจากนโยบายการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับประชาชน เพราะมีการบุกรุกจากกลุ่มนายทุน ญาตินักการเมืองท้องถิ่น และผู้บุกรุกที่ไม่ใช่ประชาชน 3 ตำบล มีการข่มขู่ประชาชนกลุ่มผู้นำที่พยายามร้องคัดค้านไม่ให้มีการจัดสรรที่ดินบริเวณบึงกะโล่
“อยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิรูปที่ดิน จ.อุตรดิตถ์ ตลอดจน นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มาตรวจดูพื้นที่จริงให้เห็นกับตาว่า สภาพบึงกะโล่ปัจจุบันเป็นอย่างไร อย่าเอาแต่นั่งอยู่ในห้องแอร์แล้วกำหนดพื้นที่เท่านั้นไร่เท่านี้ไร่ โดยไม่สนใจว่าความขัดแย้งของประชาชนที่ต้องการหวงแหนไว้เพื่อเป็นแหล่งน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันกับกลุ่มคนที่มีพยายามทุกรูปแบบทั้งเสนอผลประโยชน์ให้กับส่วนราชการเพื่อให้จัดสรรให้ แต่ในทางกลับกันเลขาธิการ ส.ป.ก.เอง จะต้องดำเนินการทางกฎหมายกับผู้บุกรุกทุกรายทุกกรณีด้วยซ้ำไป และไม่ควรจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งนอกหรือในบึงกะโล่ให้กับผู้บุกรุกและใช้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย” นายไสว กล่าว
ด้านนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า การประกาศให้พื้นที่ 1,218 ไร่ในบึงกะโล่ไม่มีการบุกรุกรอบแรกนั้น เชื่อว่าการเสนอเพื่อประกาศให้มากกว่าพื้นที่ 1,218 ไร่นั้นจะทำได้หรือไม่ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ไม่มีอำนาจประกาศเพิ่มได้ แต่อำนาจอยู่ที่ ส.ป.ก.ส่วนกลางจะดำเนินการ ผู้ว่าฯทำได้เพียงกำชับเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทำงานให้เร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้ก็พยายามเร่งอยู่ แต่การทำงานของระบบราชการต้องเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของข้อกฎหมาย ทำนอกเหนือไปจากนี้ผู้ปฏิบัติก็จะมีความผิดด้วยหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมา

