วันที่ 22 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพพื้นที่นาของชาวบ้านที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ กำลังเจอวิกฤตฝนทิ้งช่วง แม้ว่าขณะนี้ในหลายภูมิภาคของประเทศไทยจะมีฝนตกลงมาและบางแห่งเกิดน้ำท่วม แต่ที่จังหวัดสุรินทร์กลับเจอวิกฤตฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือน ส่งผลทำให้ต้นข้าวในแปลงนาแห้งเหี่ยวตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลกระโพ และตำบลใกล้เคียง ของอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ กำลังประสบปัญหาอย่างหนักกับฝนที่ทิ้งช่วงนานนับเดือน ต้นข้าวในแปลงนาชาวบ้านที่กำลังจะเติบโตมีสภาพแห้งตายเป็นบริเวณกว้างนับพันไร่ บางส่วนกำลังจะแห้งตายอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากขาดน้ำที่จะหล่อเลี้ยงต้นข้าว ชาวนายังคงเฝ้ารอฝนที่จะตกลงมา แต่ก็ยังมีวี่แววของฝนที่จะตกลงมาจนถึงขณะนี้ และพบว่ามีพื้นที่นาข้าวหอมมะลิของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแห้งตายเสียหายอย่างอย่างสิ้นเชิงแล้ว กว่า 20 หมู่บ้าน นับพันไร่
นายธีระศักดิ์ กล้าแข็ง อายุ 30 ปี ชาวนาตำบลกระโพกล่าวว่า ตนทำนาประมาณ 11 ไร่ ขณะนี้นาข้าวหอมมะลิของชาวบ้านในพื้นที่รวมทั้งของตน กำลังแห้งตายหมดเป็นบริเวณกว้าง ทั้งในพื้นที่ตำบลกระโพและตำบลใกล้เคียง เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนานนับเดือน ต้นข้าวตายเกือบหมด ชาวนาส่วนมากจะปลูกข้าวหอมมะลิ และรอน้ำฝนในการทำนาเท่านั้น เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปีนี้ถือว่าหนักที่สุด อยากให้ทางรัฐบาลทำฝนเทียมช่วยเหลือด่วน ให้พอมีน้ำให้ต้นข้าวที่เหลือพอจะได้เก็บทำเป็นพันธุ์บ้าง เพราะตอนนี้จะทำนาใหม่อีกรอบก็ไม่ได้แล้ว เนื่องจากหมดช่วงฤดูของการทำนาแล้ว

เช่นเดียวกับนางถวิล สีสันงาม อายุ 68 ปี ชาวบ้านหนองอีดำ ม.3 กล่าวว่า ตนกับลูกสาวทำนา 12 ไร่ ตอนนี้ข้าวตายหมดแล้ว ฝนไม่ตกลงมาเลย ชาวบ้านก็ได้แต่นั่งคุยปรับทุกข์กัน ว่าจะเอาข้าวที่ไหนมากินกัน คนที่เขามีข้าวเก็บไว้ก็ยังพอได้กิน ส่วนคนที่ไม่มีเก็บอย่างพวกตนจะเอาข้าวที่ไหนมากิน ก็รอแต่ข้าวในนาที่ปลูกนี่หละเอามาหุงกิน ตอนนี้ไม่มีแล้วตายหมด ฝนแล้งมา 2 เดือนแล้ว เกิดมาอายุปานนี้ยังไม่เคยเห็นฝนแล้งขนาดนี้ ที่อื่นยังพอมีฝนตกบ้าง แต่ตำบลกระโพไม่มีตกเลย อยากจะให้เขาช่วยทำฝนเทียม เผื่อข้าวที่เหลืออยู่จะฟื้นขึ้นมาพอได้กินบ้าง

