หน้าแรก ภูมิภาค ยุติค้นหานักท...

ยุติค้นหานักท่องเที่ยวสูญหายในถ้ำทรายทอง หลังน้ำท่วมมิด

23.08.16 | 13:10 น.

วันที่ 23 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านหมู่บ้านจ้อง ม.9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้มีนักท่องเที่ยวรูปพรรณสัณฐานเป็นชาวจีนหรือญี่ปุ่นหายตัวไปขณะเข้าไปในถ้ำทรายทอง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มถ้ำภายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนำรถจักรยานถีบฝากชาวบ้านไว้ โดยบอกว่าจะเข้าไปนั่งสมาธิราว 2-3 วันนั้น พบว่าการค้นหาของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ อาจต้องยุติลงชั่วคราวเนื่องจากการเข้าไปค้นหาหลายครั้งรวมทั้งมีฝนตกลงมาทำให้ปริมาณน้ำจากลำธารที่ไหลอยู่ภายในถ้ำมีเพิ่มมากขึ้นจนบางจุดท่วมจนมิดทำให้ไม่สามารถค้นได้ตามปกติได้อีกต่อไป

ล่าสุด นายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย ได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนอุทยานแห่งชาติพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ตำรวจท่องเที่ยว ทหาร และชาวบ้าน โดยเฉพาะอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) หมู่บ้านจ้อง เข้าไปหาก่อนน้ำจะท่วมหนักอีกครั้ง หลังจากวันก่อนพบมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากปากถ้ำแต่จากนั้นก็ไม่มีกลิ่นอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การค้นหาปรากฎฏว่ายังไม่พบสิ่งผิดปกติมากกว่าเดิม เจ้าหน้าที่จึงได้ให้นำนักประดาน้ำจากสมาคมเชียงรายบรรเทาสาธารณภัยเข้าไปดำสำรวจบริเวณลานพระซึ่งเป็นสถานที่ที่เป็นลานกว้าง และนักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปไหว้พระ โดยคาดว่านักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้เข้าไปด้วยแต่ปัจจุบันถูกน้ำท่วมมิดแล้ว

นายชูเกียรติ เหลืองโสภาพรรณ หัวหน้าชุดกู้ภัยสมาคมเชียงรายศิริกรณ์บรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า จากการนำทีมตรวจค้นเข้าไปสำรวจภายในถ้ำลึกประมาณ 980 เมตร ไม่พบผู้ใดและจุดที่จะดำลงไปพบว่าน้ำท่วมจนมิดหมดแล้ว แต่มีลักษณะเป็นหินงอกหินย้อยและมีความลึกเข้าไปภายในประมาณ 30-50 เมตร จึงเกรงว่าหากเข้าไปแล้วจะมีความมืดและไม่ปลอดภัยต่อนักสำรวจ จึงได้ยุติการดำค้นหาและอยู่เฉพาะบริเวณหน้าลานพระเท่านั้นโดยจะรอให้น้ำลดกว่านี้ก่อนจึงค่อยตรวจสอบอีกครั้ง

ด้านนายชุติเดชกล่าวว่า ต้องขอบคุณให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันค้นหามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 วัน ถึงแม้จะยังไม่พบนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวแต่ก็ได้กำชับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ทั้งชุดสืบสวนออกติดตามหาข่าวคนหายในพื้นที่ อ.แม่สาย ควบคู่กันไปด้วย โดยหาเบาะแสการเข้าพักอาศัยของชาวต่างชาติตามบ้านเช่า รีสอร์ตต่างๆ ส่วนด้านการค้นหาภายในถ้ำคงต้องยุติลงชั่วคราว ส่วนพื้นที่รอบนอกก็ขอให้วนอุทยานตรวจตราดูก่อน โดยรอจนกว่าน้ำจะลดจึงร่วมกันสำรวจภายในอีกครั้งต่อไป