นทท.ร่วมชิมน้ำพุโซดาห้วยกระเจา 5 วัน เกือบ 2 หมื่นคน เผยคำสั่งยังไม่เปลี่ยนแปลง มาทดลองดื่มได้ทุกวัน

จากกรณีที่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงสำรวจพื้นที่เพื่อเจาะหาแหล่งน้ำบาดาล บรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้งซ้ำซากให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่แล้งซ้ำซากยาวนาวมามากกว่า 30 ปี ตามโครงการศึกษา สำรวจ และรูปแบบการพัฒนาน้ำบาดาลจากแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึกในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงการซับซ้อน

ผลดำเนินการนั้นสามารถเจาะหาแหล่งน้ำบาดาลได้จำนวน 3 บ่อ บ่อแรกลึก 280 เมตร บ่อที่สองลึก 224 เมตร และบ่อที่สามลึก 303 เมตร โดยบาดาลที่เจาะได้ทั้ง 3 บ่อตั้งอยู่พื้นที่บ้านสระตาโล หมู่ 12 ต.บ่อพลอบ อ.บ่อพลอย แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับคนไทยทั้งประเทศที่สุดคือ น้ำบาดาลที่พุพวยพุ่งขึ้นมาจากบ่อที่ 2-3 มีรสชาติหวานและซ่าคล้ายโซดา

จากนั้น นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้สั่งการให้ติดตั้งอุปกรณ์ผลิตน้ำแร่โซดาห้วยกระเจา 8 ขั้นตอน เริ่มจากเก็บน้ำดิบจากบ่อบาดาลเข้าไปเก็บในถังเก็บน้ำดิบขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 5 ถัง จากนั้นน้ำดิบจะไหลผ่านเข้าถัง “แมงกานีสกรีนแซนด์” เพื่อกรองสนิมเหล็ก แล้วผ่านเข้าถัง “แอนทราไซด์” ที่ทำหน้าที่กรองสนิมเหล็กและแมงกานีส แล้วน้ำจะผ่านเข้าถัง “คาร์บอน” ที่เป็นตัวกรองกลิ่นและสี แล้วผ่านเข้าถัง “RO” เพื่อลดฟลูออไรด์ และความกระด้าง

เมื่อได้น้ำดีจากถังคาร์บอนและ RO น้ำจะผ่านเข้าสู่แท่งยูวี เพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย โดยเริ่มเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาทดลองดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผอ.สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) เปิดเผยว่า จากการค้นพบพุบาดาลที่มีรสชาติซ่าคล้ายโซดาในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนในทุกแขนง หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไปก็ได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศ

นายทนงศักดิ์กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ประกาศให้ประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวและทดลองดื่มน้ำแร่โซดาอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยทุกคนที่มาจะต้องสวมหน้ากากอนามัย และผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิในร่างกาย ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ รวมทั้งต้องลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่ทุกคน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งทุกคนที่มาต่างก็ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี

นายทนงศักดิ์กล่าวว่า จากสถิติพบว่า ระหว่างวันที่ 24-28 ก.พ.64 รวม 5 วัน มีประชาชน รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ เดินทางมาทดลองดื่มน้ำพุโซดาเกือบ 20,000 คน ซึ่งทุกคนที่มาจะได้รับน้ำแร่โซดากลับไปคนละ 500 ซีซี ขณะนี้ผู้บังคับบัญชายังไม่มีการสั่งการให้ปิดบ่อ เพื่อติดตั้งหอกระจายน้ำระยะไกลแต่อย่างใด ดังนั้น ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางมาทดลองดื่มน้ำแร่โซดาได้ตามปกติ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 มี.ค.64 นี้ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาหารือแนวทางการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะมีอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือผู้แทน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร หรือผู้แทน และเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือผู้แทน มาประชุม ที่ห้องประชุมแควใหญ่ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี

นอกจากนี้ จ.กาญจนบุรียังได้เชิญหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ด้านการเกษตร ด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งด้านสุขภาพและอนามัย และด้านประชาสัมพันธ์เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย โดยหลังจากประชุมแล้วเสร็จ นายจีระเกียรติ พร้อมคณะทั้งหมดจะได้ลงพื้นที่พุบาดาลโซดา เพื่อร่วมกันหาแนวทางการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำใต้ดินในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เราชนะ’หมัดเด็ดฟื้น ศก.ไทย หรือเครื่องถ่างความเหลื่อมล้ำ!!
บทความถัดไปเจ เจตริน ชวนลูกชายเล่น เซิร์ฟสเก็ต สุดพริ้ว สาวๆกดหัวใจเพียบ