เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 24 สิงหาคม ที่ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านคีรีวงค์ หมู่ 15 ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ว่ามีช้างป่าห้วยขาแข้ง บุกรุกทำลายพืชไร่ และพืชสวน ทั้งไร่มันสำปะหลัง ไร่ข้าวโพด และสวนกล้วยน้ำว้าของชาวบ้านในหมู่บ้าน จนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง จึงเดินทางไปตรวจสอบร่วมกับชาวบ้าน โดยพบว่าพืชไร่ และพืชสวนดังกล่าว ถูกช้างป่าห้วยขาแข้ง ที่คาดว่าจะขาดอาหารเดินลงมาจากป่าห้วยขาแข้ง และเข้ากินผลไม้ของชาวบ้านจนหักล้ม และในที่เกิดเหตุยังพบมูลของช้าง พร้อมกับรอยเท้าช้าง ซึ่งน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 ตัว หรืออาจจะเป็นช้างแม่ลูก เนื่องจากรอยเท้าที่พบขนาดแตกต่างกัน โดยเป็นรอยใหญ่ และรอยเล็ก
โดยนายบุญเลิศ เกษมณี อายุ 61 ปี เลขที่ 168 หมู่ 12 บ้านทรัพย์สมบูรณ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ตนได้มาดูแลพืชไร่และพืชสวนที่ปลูกเอาไว้ตามปกติ ขณะที่ตนกำลังจะเข้าไปตัดเครือกล้วยน้ำว้าออกไปขายนั้น ปรากฏว่ามีช้างป่าตัวใหญ่ กำลังหักกินสวนกล้วยที่ปลูกไว้อีกด้านหนึ่งห่างจากตนประมาณ 500 เมตร และกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางตน โดยตนเกรงว่าจะเกิดอันตรายจึงต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไว้ก่อน แล้วไปเล่าให้เพื่อนบ้านที่ทำไร่ด้วยกันฟัง ทำให้พากันไม่กล้าที่จะออกไปดูแลพืชไร่ พืชสวน และเข้าไปตัดเครือกล้วยน้ำว้าออกไปขายเพราะเกรงว่าจะถูกช้างป่าทำร้าย จนกระทั่งช่วงใกล้ค่ำวานนี้ (23 สิงหาคม) ตนตัดสินใจชวนเพื่อนบ้านไปดูอีกครั้ง และพบว่าช้างตัวดังกล่าว ได้ลงมาจากชายป่ากันชนกำลังจะมาทำลายพืชไร่พืชสวนอีก จึงได้แจ้งให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนบ้าน เข้ามาตรวจสอบ
ชาวบ้านกล่าวด้วยว่า หวั่นอันตรายจากช้างป่า นอกจากจะทำลายพืชไร่พืชสวนจนเสียหายแล้ว ยังเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อชาวบ้านและเด็ก จึงได้แจ้งให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัดเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบ เพื่อนำช้างป่ากลับคืนสู่ธรรมชาติในป่าลึกของป่าห้วยขาแข้งต่อไป

