เจ้าอาวาสวัดสุดทน นำคลิปวงจรปิด แฉโจรบาปฉกเงินผ้าป่า 3ปีซ้อน

เจ้าอาวาสวัดสุดทน นำคลิปวงจรปิด แฉโจรบาปฉกเงินผ้าป่า 3ปีซ้อน

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2564 ร.ต.ท.สัจจานันท์ บางทราย รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม รับแจ้งจาก นายจำนงค์ อ่อนพินา กำนัน ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ว่าได้รับมอบหมายจาก พระครูโสภณรัตนากร เจ้าคณะตำบลนาทราย อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดโพนแก้ว บ.โพนงาม หมู่ 3 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครพนม ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานในวัด พร้อมนำภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิด ไปสอบสวนสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ตามกฎหมาย

เนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 7 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้มีโจรบาป เข้ามาลักขโมยเงินปัจจัย ที่ ญาติโยมนำมาทำบุญสร้างอุโบสถ และเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญของวัด คาดว่าหายไปประมาณ 1,000 บาท มีทั้งธนวัตรใบละ 20 ใบละ 100 บาท เสียบไว้บนต้นเงินผ้าป่า ที่ชาวบ้านศรัทมาร่วมทำบุญพัฒนาวัด เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ เก็บหลักฐาน พร้อมนำภาพวงจรปิดไปแกะรอยติดตามคนร้ายโจรใจบาปมาดำเนินคดี

โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบภาพวงจรปิดมีคนร้ายลักษณะสูงประมาณ 150 -160 เซนมิเตร เป็นชายสู.โปร่ง สวมเสื้อแขนยาวมีหมวกปกคลุมใบหน้า สวมถุงมือ ถุงเท้า ป้องกันลายนิ้วมือแฝงเป็นอย่างดี เข้ามีลักขโมยเงิน และปีนศาลาการเปรียญหลบหนีออกไปทางด้านหลังวัด ซึ่งทางพระเจ้าอาวาสเชื่อว่า เป็นคนในพื้นที่ และรู้ทิศทางการหลบหนี และความเคลื่อนไหวของวัด ซึ่งตำรวจกำลังเร่งสืบสวนติดตามแกะรอยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ พระครูโสภณรัตนากร เจ้าอาวาส ยังกล่าวอีกว่า ช่วงที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุ น่าจะประมาณ ช่วง เวลา 22.15 น. ของวันที่ 7 มีนาคม 2564 จากข้อมูลกล้องวงจรปิด และเชื่อว่าเป็นคนในพื้นที่ ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ช่วงทำบุญผ้าป่าสมทบทุนสร้างอุโบสถ คนร้ายคาดว่ามีลักษณะเดียวกัน ได้เคยเข้ามางัดเงินในตู้บริจาครูปเณรน้อย

ที่ตั้งไว้ในศาลาหลังนี้ได้เงินไปกว่า 1,000 บาท ต่อมาครั้งที่ 2 เมื่อปีที่แล้ว เข้ามายกตู้เงินบริจาคหนีไป ได้เงินบริจาคร่วม 2,000 บาท โดยน้ำตู้ไปโยนทิ้งน้ำที่ลำห้วยทางไป บ.โพธิ์ตาก ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม แต่ไม่เอาเรื่อง คิดว่าทำทาน

จนกระทั่งครั้งนี้เป็นครั้ง ที่ 3 นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้ 3 ตัว เห็นคนร้ายชัดลักษณะเดียวกัน ส่วนครั้งนี้คงไม่ให้โอกาสแล้ว ถึงจะเป็นเงินไม่มาก แต่สำคัญจะเป็นภัยสังคม และอาจเป็นอันตรายต่ออาตมา จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เพื่อให้เร่งสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กสทช.พร้อมทำตามศาลปกครองสูงสุด หลังมีคำพิพากษาคืนเงิน 151.7 ล้าน ให้ ‘เจ๊ติ๋ม ทีวีพูล’
บทความถัดไป‘ก้าวไกล’ เล็งเทียบเชิญ ‘ชนาพรรณ’ พี่สาวธนาธร ชิงผู้ว่ากทม. เชื่อดีกรีแรงพอฟาด ‘ชัชชาติ-จักรทิพย์’