หน้าแรก ภูมิภาค พ่อดุลูก ไม่ช...

พ่อดุลูก ไม่ช่วยสะใภ้ทำงาน โดนเอามีดไล่แทง-ปืนปลอมขู่ เผลอลั่นปืนแก๊ป 1 นัด ดับคาที่ ยืนรอมอบตัว

15.03.21 | 17:00 น.

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.ครบุรี นำตัวนายเฉิด ฝอยกระโทก อายุ 70 ปี ชาวบ้านหนองรัง ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้ที่ใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงใส่ลูกชาย คือนายราเมศ ฝอยกระโทก อายุ 44 ปี เสียชีวิต เมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (14 ก.พ.64) มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านใน ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

จากการสอบถามนายเฉิดให้การสารภาพว่า วันเกิดเหตุตนอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ถัดไปทางด้านหลัง ของบ้านผู้ตาย ตอนเกิดเหตุประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 14 มีนาคม ตนได้ยินเสียงหลานร้องจึงจะเดินไปหา และจะชวนมากินข้าว แต่เมื่อไปถึงพบลูกอยู่ในสภาพมึนเมา ตนจึงถามว่าลูกอีกคนหนึ่งไปไหน ผู้ตายตอบว่า ไปตัดต้นมันสำปะหลังกับภรรยา จึงถามต่อว่า ทำไมไม่ไปช่วยเขาทำงาน มานั่งกินเหล้าทำไม ผู้ตายตอบกลับมาว่ามันเกี่ยวอะไรกับพ่อ และทำท่าเหมือนจะมาทำร้ายตน จึงถอยออกมาตั้งหลัก และเดินกลับออกมาข้างนอก

นายเฉิดกล่าวอีกว่า ขณะที่ตนถอยออกมา ผู้ตายได้พยายามเอามีดมาฟันตามประตูหน้าต่างเพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นการขู่ หลานที่อยู่กับผู้ตายตกใจก็เลยร้อง ตนจึงเดินเข้ามาดู แต่ถูกผู้ตายเอามีดพยายามที่จะไล่ฟัน ตนจึงหนีออกมาที่บ้าน ทั้งนี้ ด้วยความกลัวจึงหยิบปืนแก๊ปออกมาเพื่อจะป้องกันตัว ผู้ตายก็เดินตามออกมา และยืนเถียงกันอยู่สักพักหนึ่ง

นายเฉิดกล่าวว่า ขณะเถียงกับผู้ตาย ผู้ตายได้หยิบปืนปลอมที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมาชี้ที่ตนจะขู่ แต่ในขณะนั้นตนคิดว่าเป็นปืนจริง จึงเผลอลั่นไกไป 1 นัด ไม่คิดว่าจะโดนเข้ากับตัวของลูก เพราะเห็นถอยหลังและวิ่งกลับไปที่บ้าน สักพักก็ล้มลง จึงเดินไปดู เห็นมีเลือดออกใต้รักแร้ จึงรู้ว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว หลังเกิดเหตุตนก็ไม่ได้หนีไปไหน ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ

สอบถามนางปราณี งวดสูงเนิน อายุ 40 ปี ภรรยาผู้ตาย บอกว่า รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้เพราะที่บ้านมีกันแค่ 5 คน คือ พ่อสามี สามี ตน และลูก 2 คน พ่อสามีรักลูกที่ตายมาก และรักหลานมาก ทุกๆ วัน พ่อสามีจะคอยช่วยเหลือตลอด และนำเงินมาให้ครอบครัวตนเสมอ เพราะรักหลานทั้ง 2 คน

Advertisement

นางปราณีระบุว่า เวลาลูกชายเมา พ่อสามีจะโดนลูกชายด่าและทำร้ายเสมอ จนบางครั้งพ่อสามีเคยหนีออกจากบ้านแล้ว แต่ด้วยความที่รักหลานจึงกลับมาอีก ทุกครั้งที่โดนลูกทำร้ายจะแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียว

“แกมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานอยู่แล้ว ทำให้ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง จะมีอาการปวดหัวอยู่เสมอ อยากให้มีหน่วยงานที่มาช่วยทำคดีให้ อยากให้พ่อสามีพ้นคดีออกมา เพราะตอนนี้ไม่เหลือใครเลย นอกจากตัวเองกับลูกอีกสองคน ถ้ามีปู่มาคอยอยู่ช่วยดูแลหลาน ก็พอจะไปหารับจ้างทำงานได้ แต่ตอนนี้หมดหนทางจริงๆ” นางปราณีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเป็นไปด้วยความเศร้าโศก โดยบรรดาเพื่อนบ้านและคนรู้จักกับนายเฉิดพากันร้องไห้ระงม เพราะทุกคนรู้ว่าคนเป็นพ่อเป็นคนดี รักลูกและหลานมาก