สั่งย้ายแล้ว ผอ.โรงเรียนใช้ปืนจี้ศีรษะเด็กนักเรียน พร้อมตั้ง กก. สอบสวนข้อเท็จจริง ผู้ปกครองรวมตัวเข้าแจ้งความ ให้ปากคำเพิ่ม
วันที่ 26 มีนาคม กรณี ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใช้ปืนจี้ศีรษะเด็กนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.หนองโดน จ.สระบุรี จนบรรดาผู้ปกครองไม่พอใจ ร่วมตัวกันมาหา ผอ.โรงเรียน ทาง นายสันทัศน์ รันดาเว นายอำเภอหนองโดน จ.สระบุรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหนองโดน เข้ามาเจรจา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
– ผู้ปกครองนักเรียน ป. 4-5 รวมตัวแจ้งความ หลังผอ. ใช้ปืนจ่อหัวเด็ก เผย มีการโทรข่มขู่
ล่าสุด วันนี้ (26 มี.ค.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 นายเกษม พูลสงค์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สระบุรี เขต 1 ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว สั่งให้ผู้ถูกร้องเรียน คือตัว ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ออกนอกพื้นที่ เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองมีความรู้สึกปลอดภัยในการสอบสวน
หากกรรมการสอบสวน สรุปว่ามีมูลความผิด ก็ต้องตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป
โดยให้ ผอ.ดังกล่าวย้ายมาช่วยราชการที่สำนักงานเขต ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยในขณะนี้ ทาง ผอ.ผู้ถูกร้องเรียนก็ขอลาพัก ก็มีสิทธิทำได้
ทางด้าน พ.ต.ท.ณัฎฐวร กันธายอด สว.(สอบสวน) สภ.หนองโดน จ.สระบุรี เผยว่า ทางตำรวจสอบทางผู้เสียหายไว้แล้ว ก็อยู่ระหว่างที่ประสานกับทางสหวิชาชีพมาสอบสวนเด็กอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันนี้ (26 มี.ค.) 3 ผู้ปกครอง นักเรียน ทั้ง 3 คน เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองโดน เพื่อให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากเมื่อช่วงเย็นของวานนี้ ทางผู้ปกครอง ทั้ง 3 ได้เข้าลงบันทึกประจำวัน พร้อมทั้งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเด็กทั้ง 3 คน เบื้องต้นไปแล้วนั้น โดยผู้ปกครองยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว ในข้อหาพยายามฆ่า
โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนผู้ปกครองรายหนึ่งอยู่ น.ส.เพ็ญนิภา หนึ่งในผู้ปกครองที่รอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกเพื่อสอบสวนเกิดอาการอารมณ์โมโห เนื่องจากทางญาติได้นำคลิปข่าวที่ผู้อำนวยการโรงเรียนให้สัมภาษณ์กับสื่อสำนักหนึ่งกรณีที่ถูกกล่าวหา ว่าใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะเด็กนักเรียน โดยผู้อำนวยการโรงเรียน อ้างในบทสัมภาษณ์ว่าปืนดังกล่าวเป็นปืนปลอม ซึ่งทำให้ผู้อำนวยการเสียชื่อเสียง อีกทั้งจะฟ้องดำเนินคดีกับผู้ปกครองทั้งหมดที่ใส่ร้ายตนเอง
โดยเมื่อ น.ส.เพ็ญนิภาได้ยินเช่นนั้นรู้สึกโมโห อีกทั้งพร้อมจะต่อสู้ทางคดีหากผู้อำนวยการจะฟ้องพวกตน และขอยืนยันว่า หากผู้อำนวยการจะขอเจรจาต้องการให้ตนเองยอมถอนแจ้งความ ผู้อำนวยการต้องชดใช้ให้กับตนเองและลูกชายจำนวน 5 แสนบาท ตนเองจึงจะยอมเจรจาด้วย
ส่วนแนวทางการดำเนินคดี ทางตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนผู้เสียหายทั้งหมด ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะออกหมายเรียกให้ผู้อำนวยการดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา และสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเพื่อส่งฟ้องตามกฎหมายต่อไป

