หน้าแรก ภูมิภาค แกนนำต้านโกงป...

แกนนำต้านโกงประจวบฯ แฉคดีลูกจ้างโกง 40 ล้านส่ออืดยาวครบปี ชี้มีพิรุธ บิ๊ก ขรก.แอบวิ่งเต้น

26.03.21 | 14:18 น.

จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี อดีตพนักงานราชการ สำนักงาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 หลังนำเงินงบประมาณของราชการกว่า 40 ล้านบาท โอนผ่านระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ GFMIS เข้าบัญชีส่วนตัว พบการกระทำความผิด 165 ครั้ง อ้างว่านำเงินจาการทุจริตไปเล่นพนันออนไลน์

ต่อมาพนักงานอัยการคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม มีคำสั่งปล่อยตัว น.ส.ขนิษฐา หอยทอง พ้นการคุมขังจากเรือนจำกลาง จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2563 เนื่องจากพนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องคดี หลังครบกำหนดฝากขัง 7 ผลัด รวม 84 วัน ทำให้ น.ส.ขนิษฐา ได้รับการปล่อยตัวนานกว่า 7 เดือน

ล่าสุด วันนี้ (26 มีนาคม) นายสุวรรณ ทองกรอย ประธานสภาทนายความ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะทนายจำเลยที่ 2 น.ส.สายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 61 ปี มารดา น.ส.ขนิษฐา เปิดเผยว่า ขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดหลังจากสำนักงานอัยการคดีทุจริต นัดผู้ต้องหาฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 26 มีนาคม 2564 แต่ต่อมาได้แจ้งเลื่อนเพื่อฟังผลการพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ถือเป็นการเลื่อนรอบที่ 3 ก่อนคดีจะครบ 1 ปี ในเดือนมิถุนายน 2564

นายสุวรรณกล่าวว่า สาเหตุที่มีการเลื่อนฟังคำสั่งฟ้องคาดว่ายังอัยการทำสำนวนไม่เสร็จ ขณะที่การสืบหาพยานหลักฐานได้พ้นจากอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 โดย น.ส.ขนิษฐา จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา น.ส.สายพิณ ให้การปฏิเสธ และผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ส่วนที่นางประชิต วงศ์ประภารัตน์ หัวหน้างานการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัด ถูกแจ้งดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การติดตามความคืบหน้าหลังจากผู้ต้องหาจำเลยที่ 1 สารภาพว่านำเงินไปเล่นพนันออนไลน์ และมีการโอนเงินเข้าบัญชีปลายทาง โดยเชื่อมโยงกับบุคคลต้องสงสัย 2 รายในจังหวัดเชียงราย จากการติดตามตัวมาสอบปากคำพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเพียงผู้รับจ้างเปิดบัญชีเท่านั้น ขณะที่การติดตามเส้นทางการเงินของผู้ต้องหายยอมรับว่าต้องใช้เวลานานพอสมควร

Advertisement

ด้าน จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนทางวินัยเพื่อเอาผิดกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องข้อง ประกอบด้วย หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้างานการเงินและ เจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องไม่มีความคืบหน้า หลังจากปลัดจังหวัดอดีตประธานคณะกรรมการสอบสวนระดับจังหวัดผลสรุปว่า ผู้เกี่ยวข้องความผิดวินัยร้ายแรงจากความประมาทเลินเล่อในการปฏิบัติหน้าที่ และมีการตั้งข้อสังเกตว่าผลสอบสวนล่าช้าอาจเข้าข่ายประวิงเวลา

“สำหรับการดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อัยการยังไม่พิจารณาสั่งฟ้อง คาดว่าพนักงานอัยการอาจจะเชื่อมโยงการทุจริตดังกล่าวให้ถึงข้าราชการระดับสูงอีกหลายรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางปฏิบัติ

“ที่ผ่านมาทราบว่ามีข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งไปวิ่งเต้น ขอให้นักการเมืองระดับชาติชื่อดังในภาคตะวันออกช่วยล้มคดีทั้งทางอาญาและการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยให้ลูกจ้างเป็นแพะรับผิดเพียงรายเดียว” จ่าเอกเสกสรรค์กล่าว