หน้าแรก ภูมิภาค เตรียมลงพื้นท...

เตรียมลงพื้นที่แจงรื้อรีสอร์ตภูทับเบิก กับชาวม้ง 718 ครอบครัว ย้ำไม่กระทบสิทธิ-ที่อยู่อาศัย

27.08.16 | 18:28 น.

วันที่ 27 สิงหาคม นายณรงค์ คงคำ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในฐานะในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูทับเบิก (กอภ.)  กล่าวถึงร่างแผนแม่บทการใช้ที่ดินบนพื้นที่ป่าภูทับเบิกว่า ในการบังคับใช้หากว่าคณะทำงานตามคำสั่ง คสช.เห็นชอบก็จะเสนอให้ครม.เห็นจึงจะมีผลบังคับใช้ได้ แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ในส่วนคณะทำงานก็เห็นว่า การใช้แผนแม่บทมาบังคับใช้น่าจะเป็นผลดีก็จะรีบเสนอให้ ครม.ได้รับทราบว่าแนวทางแก้ไขควรเป็นแบบนี้ แต่ก่อนจะเสนอครม.ในวันที่ 30 สิงหาคมที่จะถึงนี้จะมีการเข้าทำงานอีกครั้ง ก็จะเชิญกลุ่มชาวม้งมาทำความเข้าใจด้วย

นายณรงค์กล่าวว่า จากการตรวจสอบ 4 หมู่บ้านมีราว 788 ครัวเรือน โดยในจำนวนนี้จะมีกลุ่มชาวม้งที่มีทำธุรกิจรีสอร์ตและร้านค้าราว 70 ครอบครัว เพราะฉะนั้นจะมี 718 ครอบครัวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรีสอร์ต ก็จะทำความเข้าใจให้ชาวม้งส่วนใหญ่ เรื่องการทำงานของคณะทำงานระดับจังหวัดเป็นเพียงส่วนหนึ่งเฉพาะผู้ที่ใช้ที่ดินไม่ถูกวัตถุประสงค์เท่านั้น ส่วนอีก 718 ครอบครัวมีการใช้ที่ดินถูกวัตถุประสงค์อยู่แล้วก็สามารถจะใช้ที่ดินได้ต่อไป ซึ่งเราจะเข้าไปดูแลเขาเพิ่มเติมให้ชัดเจนว่าตรงไหนจะจัดเป็นที่อยู่อาศัย ตรงไหนควรจะเป็นที่ดินทำดิน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีอยู่แล้วว่าโซนไหนเป็นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน

201608271716153-20021028190322

นายณรงค์ยังกล่าวถึงข้อถามที่ว่ายังมีกลุ่มชาวม้งเข้าใจว่าทาง พม.ใช้ข้อมูลให้การสำรวจไปชี้ให้ป่าไม้จับกุมว่า ในส่วนนี้ก็มีการหารือกันในที่ประชุมเมื่อวานนี้(26 ส.ค.)ว่า ในทีมพม.ร่วมกับจังหวัดและทหารก็จะแบ่งออกเป็น 2 ชุดเพื่อจะทำงานร่วมกันเรื่องการรื้อถอนที่ถูกดำเนินคดีหรือที่ถูกศาลสั่งบังคับคดีแล้ว อีกส่วนจะไปสร้างความเข้าใจโดยหารือกับแกนนำกลุ่มชาวม้งที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องสิทธิทำกินและที่อยู่อาศัย

ส่วนมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการรื้อถอนนั้น นายณรงค์อีกว่า คำว่าเยียวยาคงใช้ไม่ได้กับงานนี้เพราะว่าในส่วนที่ผู้ได้รับผลกระทบจริงๆแล้วไม่ได้รับผลกระทบ และกลุ่มที่ต้องถูกรื้อถอนเป็นกลุ่มที่เข้ามาใช้ที่ดินไม่ถูกวัตถุประสงค์และศาลมีคำพิพากษาแล้วต้องรื้อถอนออกไป หากเป็นชาวม้งเดิมและมีถิ่นที่อยู่เดิมไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกินจะไม่ได้รับผลกระทบ จะมีการจัดที่ดินทำกินให้แต่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยเป็นพื้นที่ที่กันไว้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพ

Advertisement

นอกจากนี้ นายณรงค์กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาภูทับเบิกเรื้อรังมานานและทางหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องพยายามแก้ปัญหามาตลอด โดยเฉพาะตั้งแต่ปี 2553 เมื่อมีรีสอร์ตเกิดขึ้นทางศูนย์สงเคราะห์ก็แจ้งจับกุมแต่มีการฟ้องศาลปกครองกระทั่งมีการวินิจฉัยว่า ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขาไม่มีอำนาจ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ดำเนินการจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษา แต่ผู้ประกอบการก็ยังดื้อดึงไม่ยอมออก ฉะนั้นตั้งแต่ปี 2553 จึงมีการดำเนินการมาตลอดและต่อเนื่อง แต่ชาวบ้านและกลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้ซึ่งไม่ใช่ชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังมีการฝ่าฝืน

201608271716155-20021028190322

“ภูทับเบิกเป็นของคนไทยทุกคนฉะนั้นเมื่อเป็นสมบัติของคนไทยทุกคนๆจึงย่อมมีสิทธิได้ใช้ทรัพยากรตรงนี้โดยทั่วกัน ในส่วนพื้นที่ภูทับเบิกทั้งหมดมี 13,447 ไร่เท่านั้น มีเพียง 267 ไร่เท่านั้นที่มีการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์ ส่วนพื้นที่อีก 13000 กว่าไร่มีการดำเนินการตามระเบียบเงื่อนไขและภาครับโดยรัฐบาลก็พยายามจะจัดระเบียบให้ใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง คนทุกคนจึงสามารถมาใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตรงนี้ได้” นายณรงค์ กล่าว