ช้างหนีโควิด 6 เชือกถึงบ้านแล้ว ผู้ใจบุญบริจาคตลอดทาง
ครอบครัวครวญนับสิบชีวิตและช้างอีก 6 เชือก ที่ตั้งใจจะเดินกลับจากชลบุรี มาบุรีรัมย์ เพราะทนพิษโควิด-19 ไม่ไหว มาถึงบ้านที่บุรีรัมย์แล้ว หลังสมาคมสหพันธ์ช้างไทย เข้ามาช่วยเหลือขนช้างกลับบ้าน เจ้าของช้างตื้นตันใจระหว่างทางมีคนหยิบยื่นทั้งอาหารช้างและเงินช่วยเหลือ
วันที่ 10 เมษายน จากที่ครอบครัวควาญช้างจำนวนนับสิบชีวิต พากันขนข้าวของขึ้นรถยนต์ส่วนตัว พร้อมนำพาช้าง 6 เชือกเดินทางออกจากที่ทำงานเป็นฟาร์มช้างขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อกลับบ้านเกิดที่ จ.สุรินทร์ โดยอาศัยการเดินเท้าเพื่อหาหญ้าให้ช้าง จนเป็นข่าวโด่งดัง นั้น

สมาคมสหพันธ์ช้างไทย พร้อมผู้ใจบุญ ได้นำรถบรรทุก 6 คันมาเคลื่อนย้ายช้าง 6 เชือกที่บริเวณแคมป์คนงานเก่า ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเป็นรถจากทางสมาคมสหพันธ์ 4 คัน และผู้ใจบุญอีก 2 คัน โดยมีช้างที่แคมป์คนงานเก่า 5 เชือก ที่เดินทางกลับ จ.สุรินทร์ และได้มีช้างจากปางช้างใกล้เคียงอีก 1 เชือก รวม 6 เชือก ได้ขอเดินทางกลับไปที่ อ.สะตึก จ.บุรีรัมย์ ด้วย
โดยเมื่อกลางดึกที่ผ่านมารถขนช้าง ได้แวะที่สวนอาหารบ้านเสาะ รีสอร์ต อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มีชาวบ้านที่พบเห็น ได้นำผลไม้และเงินมาช่วยเหลือบางส่วน สร้างความตื้นตันใจให้กับควาญช้างเป็นอย่างมาก


น.ส.นภาลัย หมายงาม อายุ 26 ปี เลขที่ 80 ม. 2 ต.สะแก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ควาญช้าง บอกว่า ช่วงที่แวะที่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ได้มีกลุ่มแม่บ้านตำรวจ สภ.โชคชัย และแม่ค้าตลาดสดนำเอาอาหารช้าง และเงินสดอีกกว่า 8,000 บาท มามอบให้ รู้สึกดีใจและตื้นตันใจที่คนไทยมีน้ำใจ
ล่าสุดช้างทั้ง 6 เชือก มีพลายจำโบ้ อายุ 10 ปี,พลายรุ่งเรือง อายุ 45 ปี,พลายขนุน อายุ 15 ปี,สีดอเด่นชัย,พังวรรณลี อายุ 35 ปี,พังอุดร อายุ 35 ปี เดินมาถึงบ้านที่ ต.หนองใหญ่ อ.สตึกแล้ว โดยมีตำรวจ สภ.นางรอง และหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์ อำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางจนถึงบ้าน
นายสุรศักดิ์ สร้อยแสง อายุ 32 ปี เจ้าของช้าง เล่าว่า ที่ผ่านมาหลังโควิด-19 ระบาดรอบแรก ไม่มีนักท่องเที่ยว ไม่มีคนจ้างงาน พยายามอดทนหวังว่าสถานการณ์จะกลับมาเหมือนเดิม
แต่ยิ่งรอยิ่งช้ำ เพราะมีการระบาดละลอก 2 และละลอก 3 ซ้ำมาอีก เมื่อคิดจะกลับบ้าน แต่ไม่มีเงินที่จะจ้างรถบรรทุกซึ่งจะต้องใช้เงินมากกว่า 50,000 บาท เงินที่สะสมไว้ได้หมดแล้ว จึงตัดสินใจจะให้ช้างเดินกลับบ้านหากินหญ้าข้างทางประทังชีวิตไปจนกว่าจะเดินถึงบุรีรัมย์ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนใจบุญมาช่วยเหลือ โดยเฉพาะสมาคมสมาพันธ์ช้างไทย
น.ส.สุนิสา จำปางาม อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 85 ม.7ต.หนองใหญ่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ บอกว่า เหตุการณ์ทั้งหมดต้องขอขอบคุณสมาคมฯและผู้ที่หยิบยื่นน้ำใจระหว่างการเดินทางมาโดยตลอด หลังจากนี้จะต้องเลี้ยงช้างที่บ้านไปก่อน แต่ยังติดปัญหาเรื่องอาหารช้าง

